กลุ่มโรงแรมอนันตรา กวาด 21 รางวัล จาก กองเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ รีดเดอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส

กลุ่มโรงแรมอนันตราคว้า 21 รางวัลจาก กองเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ รีดเดอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ประจำปี 2019 (Conde Nast Traveler’s 2019 Readers Choice Award) หนึ่งในรางวัลประจำปีที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้ผลสำรวจได้มาจากการลงคะแนนของผู้อ่านนิตยสาร กองเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ (Conde Nast Traveler) ฉบับที่ตีพิมพ์โดยสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร โดยโรงแรมและรีสอร์ทในเครืออนันตรา ได้เป็นที่ยอมรับของผู้อ่านในทุกหมวดหมู่ และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3052156

Related links

คลัง คาดมาตรการส่งเสริมท่องเที่ยวโค้งสุดท้าย ต่อยอด”ชิมช้อปใช้” หนุนเม็ดเงินสะพัดอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฎิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยถึงมาตรการ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” จะเป็นการดึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาร่วมจัดแพ็กเกจราคาพิเศษ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ร้านอาหาร และสินค้าบริการ ด้วยราคาเพียง 100 บาทต่อ 1 รายการ ในรูปแบบชิงโชคให้ 4 หมื่นคนผ่านการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิซื้อแพคเกจ

สำหรับขั้นตอนง่ายกว่ามาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เพื่อหวังต่อยอดจากมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเริ่มออกไปใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวในช่วงแรก นับว่าเป็นโปรโมชั่นอีกด้านหนึ่งที่หนุนให้เกิดการท่องเที่ยว เงินกระจายออกสู่ต่างจังหวัด

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/3049542

Related links

ประกาศปิดถาวร สิงโตเมอร์ไลอ้อนที่เกาะเซ็นโตซ่า

ถือเป็นข่าวที่ฮือฮาในหมู่นักท่องเที่ยวมากทีเดียว เมื่อการท่องเที่ยวสิงคโปร์มีประกาศอย่างเป็นทางการถึงกำหนดการหยุดให้บริการของสิงโตเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์บนเกาะเซ็นโตซ่า การปิดครั้งนี้เป็นการปิดถาวร และจะทุบทิ้งเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ขึ้นมาแทน
.
สิงโตเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่นี้ถือเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของสิงคโปร์ เพราะเป็นเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ โดยภายในตัวของเมอร์ไลอ้อนเปิดเป็นลานนิทรรศการประวัติของสิงคโปร์ รวมถึงร้านขายของที่ระลึก ส่วนด้านบนของหัวสิงโตเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวของสิงคโปร์จากมุมสูงบนจุดนี้มาเป็นเวลานาน และถือเป็นหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
.
กำหนดการปิดสิงโตเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่บนเกาะเซ็นโตซ่านี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2562 ดังนั้นใครที่มีแพลนมาเที่ยวช่วงนี้ จนถึง 20 ตุลาคมนี้ก็อย่าลืมรีบหาเวลาไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันก่อนเลยนะคะ เพราะงานนี้ปิดแบบทุบทิ้งเลยจ้ะ บอกว่างานนี้ถ้าพลาดแล้วพลาดเลย

ที่มา https://www.facebook.com/groups/979443155499581/

Related links

ใครมีแพลนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ต้องไม่พลาด ไฮไลท์จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดฟินที่โทโฮคุ

ฤดูใบไม้ร่วงนี้คุณมีแผนท่องเที่ยวกันหรือยัง ถ้ายังไม่มี เราขอเชิญชวนให้มาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคโทโฮคุกัน ขอบอกเลยว่าโทโฮคุมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากมาย แต่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยแถบนี้ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่เดือนตุลาคมซึ่งวิวทิวทัศน์จะถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้สีแดง สีส้ม และสีเหลือง ที่สำคัญนักท่องเที่ยวก็ไม่พลุกพล่านเหมือนในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ ในวันนี้เรามาทำความรู้จักจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจใน 6 จังหวัดของภูมิภาคโทโฮคุกัน

ลำธารโออิราเสะ จังหวัดอาโอโมริ
โออิราเสะเป็นลำธารที่มีความยาวถึง 14 กิโลเมตร มีต้นกำเนิดจากต้นน้ำเนะโนคุจิบนทะเลสาบโทวะดะ ทั้งสายน้ำและวิวทิวทัศน์สองข้างทางมีความสวยงามแตกต่างกันไปตลอดเส้นทาง ทำให้เหมาะแก่การเดินเล่นชมใบไม้เปลี่ยนสี โออิราเสะยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น และถูกจัดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์เนื่องจากมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ไกลกันยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น หมู่บ้านออนเซ็น ทะเลสาบโทวาดะ และเทือกเขาฮักโกดะ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยมีพรรณไม้ได้แก่ ใบคัทซึระ ใบบุนะ ใบเกาลัดม้าญี่ปุ่น และใบเมเปิ้ล โดยจุดหลักๆ ที่สามารถเดินชมใบไม้เปลี่ยนสี ได้แก่ ลำธารอิชิเกะโดะ น้ำตกโจชิโอะทากิ ลำธารอาชูระ และน้ำตกคุโมอิ

หุบเขาเกบิเค จังหวัดอิวาเตะ
เกบิเคเป็นหุบเขาหินปูนที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลาง มีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร สองข้างทางรายล้อมไปด้วยหน้าผาสูงกว่า 100 เมตร วิวทิวทัศน์ของเกบิเคสวยงามมากจนถูกจัดให้เป็นหนึ่งในร้อยสถานที่ที่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะนิยมล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีและหน้าผาที่มีรูปร่างแปลกตา เช่น โชฟุกันหรือหินสามีหินภรรยาที่มีแม่น้ำคั่นกลาง ทำให้เห็นเหมือนคนสองคนหันหน้าด้านข้างให้กัน หรือโอเกบิอิวะซึ่งเป็นหน้าผาขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายจมูกสิงโต การล่องเรือก็เป็นจุดเด่น โดยมีนายเรือใช้ไม้ไผ่เพียงลำเดียวถ่อเรือไปตามลำน้ำและร้องเพลงพื้นบ้านโบราณที่เรียกว่าเพลงเกบิโอยวาเกะ เสียงเพลงเรือจะก้องกังวานไปทั่วหุบเขาอันเงียบสงบ ทำให้ได้บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยมีชนิดของพรรณไม้ คือ ใบเคยากิ ใบคาชิ ใบเมเปิ้ล
ที่ราบสูงฮะจิมันไต จังหวัดอิวาเตะ
ที่ราบสูงฮะจิมันไตมีพื้นที่กว้างใหญ่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดอาคิตะและจังหวัดอิวาเตะ โดยเริ่มมีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนเป็นต้นไป นอกจากจะสามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีจากสองข้างทางระหว่างขับรถบนถนนสาย Aspite Line และ Jukai Line แล้ว อีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติโกะโชกาเคะที่สามารถชมวิวภูเขาไฟและเพลิดเพลินกับบรรยากาศเย็นสบายของบึงน้ำโอนุมะ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ชนิดของพรรณไม้ ได้แก่ ใบดะเคะคัมบะ ใบนานะคามาโดะ ใบบุนะ ใบเมเปิ้ล ใบชิราคะบะ จุดที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสี ได้แก่ จุดชมวิวยอดเขาฮะจิมันไต จุดชมวิวโอฟุกะซาวะ จุดชมวิวฟุเกะโนะยุ เส้นทางศึกษาธรรมชาติโอนุมะ และเส้นทางชมหุบเขายูเซะ

หุบเขานารุโกะ จังหวัดมิยางิ
เป็นหุบเขาสูงที่มีแม่น้ำโอยะที่ใสสะอาดไหลผ่าน สองข้างทางมีหน้าผาสูงชันรูปร่างสวยแปลกตาและน้ำตกสูงให้ได้ชม โดยพรรณไม้เปลี่ยนสีจะปกคลุมทั้งหุบเขา ตัดกับภาพแม่น้ำโอยะที่คดเคี้ยวอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความลึกกว่า 100 เมตร จุดชมวิวที่ดีที่สุดคือบริเวณศาลา Narukokyo Resthouse และไม่ไกลกันนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโอฟุคาซาว่า ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเดินเล่นได้แบบไม่เหนื่อยนัก

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ชนิดของพรรณไม้ ได้แก่ ใบเมเปิ้ล ใบเมเปิ้ลอุริฮาดะ ใบเมเปิ้ลอิตายะ ใบบุนะ
แม่น้ำโมกามิ จังหวัดยามากาตะ
ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสายน้ำกับการล่องเรือบนเส้นทางบะโชไปตามแม่น้ำโมกามิเพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามสองข้างทาง พร้อมกับเพลิดเพลินไปกับบทเพลงพื้นบ้านที่ขับร้องระหว่างล่องเรือ เมื่อมองจากบนเรือคุณจะเห็นทิวเขาถูกแต่งแต้มด้วยพรรณไม้สีต่างๆ ซึ่งสะท้อนลงบนผืนน้ำราวกับภาพบนกระจก เป็นความประทับใจที่หาได้ยากจากที่อื่นๆ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ชนิดของพรรณไม้ ได้แก่ ใบเมเปิ้ล ใบบุนะ ใบนาระ
ผาหินหมื่นปี โทโนะเฮะทสึริ จังหวัดฟุกุชิมะ
หน้าผาโทโนะเฮะทสึริถูกสายน้ำของแม่น้ำโอกาวะกัดเซาะมานานหลายหมื่นปี จนเกิดเป็นรูปทรงคล้ายเจดีย์ และด้วยความเก่าแก่จึงได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์ของญี่ปุ่น ภาพของหน้าผาเมื่อมองจากระยะไกลจะเหมือนเจดีย์ 10 องค์ที่ถูกรายล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีอย่างสวยงาม บริเวณหน้าผายังถูกน้ำกัดเซาะลึกเข้าไป จึงสามารถเดินชมได้โดยรอบ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ชนิดของพรรณไม้ ได้แก่ ใบเมเปิ้ล ใบบุนะ และอื่นๆ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลักคือจากตัวสะพานแขวน

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3043330

Related links

ดีไอทีพี ชวนเบิ่ง 2 ทำเลทองตลาด สปป.ลาว

ทุกคนคงรู้จัก “สปป.ลาว” เป็นอย่างดี เพราะนี่คือบ้านพี่เมืองน้องของไทยบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ซึ่งทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่า “ลาว” กำลังเติบโตทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ของผู้คน รวมทั้งเป็นประเทศน้องใหม่ที่ควรค่าการลงทุน ทั้งด้วยปัจจัยจากอัตราการขยายตัวของ GDP ที่มีกราฟพุ่งอย่างต่อเนื่อง ทรัพยากรธรรมชาติที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนแลนด์มาร์คที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ประตูการค้าหรือแลนด์ลิ้งค์ (Land link)” ด้วยเพราะมีพื้นที่ที่ยาวและมีพรมแดนดินต่อกับประเทศที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา จึงเอื้อต่อระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าลาวจะมีประชากรเพียงแค่ 7 ล้านคน แต่เชื่อหรือไม่ว่าทรัพยากรเหล่านี้มีกำลังซื้อที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ที่เป็นแบรนด์ไทย ซึ่งครองใจผู้บริโภคชาวลาวมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น

เมื่อเร็วๆนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEA) ได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดโครงการสัมมนา “ติวเข้ม…รู้ลึก รู้จริง รู้ใจลาว” เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีความรู้และเข้าใจการทำธุรกิจในประเทศลาว รวมทั้งเปิดโอกาสให้เห็นช่องทาง – พื้นที่ที่เหมาะแก่การเข้าไปลงทุน ตลอดจนเข้าถึงพฤติกรรมการเลือกสินค้าและการบริโภคของชาวลาวแบบอินไซด์ และสำหรับใครที่พลาดกิจกรรมดังกล่าวไปก็ไม่ต้องเสียดายหรือเสียใจ เพราะวันนี้เราย่อยทุกความรู้สำคัญเพื่อเป็นคัมภีร์สำหรับผู้สนใจในการบุกตลาดลาวแบบรู้ลึก รู้จริง กันเลยทีเดียว

– ตีตลาดใหม่กับ 2 ดินแดนเมืองลาวตอนเหนือ เริ่มกันที่ แขวงอุดมไซ เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศมีอาณาเขตติดต่อกับเมืองสิบสองปันนา ของประเทศจีน อาชีพหลักของประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพกสิกรรม และอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งการลงทุนของต่างประเทศที่แขวงอุดมไซมีมากถึง 36 โครงการ มีนักลงทุนเข้าไปลงทุนในแขวงอุดมไซโดยการสร้างสมาร์ทซิตี้(Smart city) ซึ่งถือว่าเป็นการดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปลงทุนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แขวงอุดมไซเป็นเมืองที่รถไฟความเร็วสูงจีน-ลาววิ่งผ่าน โดยในอนาคตจะถูกขยายให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการดรอปสินค้ามากยิ่งขึ้นซึ่งถือว่าเป็นการรองรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวที่จะเปิดบริการภายในปี 2564 ดังนั้นการทำธุรกิจในด้านโลจิสติกส์จึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตในแขวงนี้

ตลาดต่อมาคือแขวงหลวงน้ำทา มีพื้นด้านเหนือติดกับจีนบริเวณมณฑลยูนนาน และด้านทิศตะวันตกติดกับเมียนมา ด้วยกายภาพที่มีเขตติดต่อกับหลายประเทศ รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่รถไฟไทยจีน-ลาวตัดผ่าน ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งจะมีความรวดเร็ว ทำให้แขวงหลวงน้ำทากลายเป็นพื้นที่ที่น่าจับตามอง และมีศักยภาพในด้านลงทุนสูงมาก อีกทั้งในอนาคตแขวงหลวงน้ำทาจะกลายเป็นด่านพรมแดนที่สำคัญที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้แขวงหลวงน้ำทาตั้งอยู่บนเส้นทาง R3 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อม ไทย (เชียงราย) – ลาว – จีน (คุนหมิง) โดยบริเวณด่านสากลบ่อเต็น ทำให้กลายเป็นจุดขนถ่ายสินค้าเข้าสู่จีนทั้งทางบก และทางแม่น้ำโขงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง

– สูตรสำเร็จพิชิตใจชาวลาว พฤติกรรมการเลือกสินค้าของชาวลาวนั้นมักจะเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและเชื่อมั่นกับสินค้ายี่ห้อเดิมที่เคยใช้เป็นประจำและเชื่อมั่นว่าสินค้าที่ออกสูตรใหม่ต้องดีกว่าสูตรเดิมเสมอ ดังนั้นหากมีการผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ จะต้องระบุชัดเจนว่าเป็น “สูตรใหม่” และด้านคุณภาพของสินค้าจะต้องดีกว่าสูตรเดิม และต้องรักษาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อสินค้า เนื่องจากชาวลาวส่วนมากมักจะเชื่อมั่นคนรอบข้างมากกว่าโฆษณาในลักษณะการพูดกันแบบปากต่อปาก หากคนใกล้ชิดบอกว่าดีจะเกิดพฤติกรรมซื้อตาม ดังนั้นหากสินค้าไม่ดีจริงย่อมมีผลกระทบต่อยอดขายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ชาวลาวยังเชื่อเรื่องความหมายของคำ ฉะนั้นชื่อสินค้าจะต้องเป็นคำที่มีความหมายมงคล เช่น “มีทรัพย์” “มีโชค” และควรเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำด้วย

ที่มา  https://www.ryt9.com/s/prg/3040903

Related links

ตะลุยเมืองจันท์ ลุ้นรับแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยว จังหวัดจันทบุรี 3 วัน 2 คืน

บริษัท แบลคมอร์ส จำกัด ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี ขอเชิญร่วมกิจกรรม “เก๋ายกก๊วน ทัวร์ยกแก๊งค์ กับ 50 more Fit&Fun” ตอนตะลุยเมืองจันท์ ลุ้นรับแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยว จังหวัดจันทบุรี 3 วัน 2 คืน จำนวน 8 รางวัล รางวัลละ 4 ท่าน รวมมูลค่า 384,000 บาท สัมผัสเสน่ห์เมืองจันท์ แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติทั้งทะเล ป่าเขา น้ำตก พบกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ที่งดงาม รวมทั้งสุดยอดอาหารทะเลที่คุณพลาดไม่ได้ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบลคมอร์ส ครบทุก 1,000 บาท และส่งรูปใบเสร็จผ่านทาง Line@50morefitandfun รับทันที 1 สิทธิ์

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3037886

Related links

รมว.ท่องเที่ยว หนุนท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ MICE ช่วยผลักดันตัวเลขนทท.-รายได้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน THAILAND MICE FORUM 2019 ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE  หรือนักธุรกิจ MICE ที่เดินทางมาร่วมประชุมและนิทรรศการ หรือร่วมงานอีเว้นท์ต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีบทบาท ในการขยายธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จ ก่อให้เกิดจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เข้าประเทศ ช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทย ก้าวไปสู่ข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันความใกล้ชิดกับทุกภูมิภาคทำให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลาง ทางธุรกิจ และการท่องเที่ยวที่มีต่างชาติเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทย ได้รับรางวัล จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว และสถานที่จัดประชุมยอดเยี่ยม

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/3034666

Related links

ททท.เปิดตัว ‘ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวไทย’

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่าย สินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การพลิกโฉมกลยุทธ์ การนำเสนอขายสินค้าการท่องเที่ยว ใช้วิธีเจียระไนแหล่งท่องเที่ยวเดิม และค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ภายใต้กระบวนการ 360 องศา เพื่อเป็นการกระจายข้อมูล ด้านการท่องเที่ยวใหม่ๆ และก่อให้เกิดการเดินทาง ในหมู่นักท่องเที่ยว  การเปิด “ ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวไทย”( Tourism treasures throughout Thailand)หรือสินค้าท่องเที่ยวภายใต้ กระบวนการพัฒนาแบบ 360 องศา แบ่งตามประเภท ได้แก่ 

1.สินค้าท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ เส้นทางเดินป่า หาดทราย ชาย ทะเล โดยแต่ละภูมิภาคมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้

2.สินค้าท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ การท่องเที่ยวชุมชนที่สร้างประสบการณ์ แม้จะเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างสมบูรณ์

3.สินค้าท่องเที่ยวเชิงมูลค่า เป็นกลุ่มสินค้าท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าและเกิดรายได้ใช้บริการ เช่น การท่องเที่ยวของคู่แต่งงาน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม การท่องเที่ยวทางน้ำสไตล์หรู เช่น ล่องเรือยอร์ช

4.สินค้าท่องเที่ยวความสนใจพิเศษ เช่น ท่องเที่ยวเชิงกีฬา เชิงอาหารเชิงนันทนาการเช่น Music festival โดยไทยเป็นประเทศที่จัดมหกรรมดนตรีระดับนานาชาติได้โดดเด่นถูกใจชาวต่างชาติ

สำหรับกลยุทธ์นี้จะเพิ่มการกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวสู่ชุมชน นำไป สู่การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เป้าหมายลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว ผลักดันให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งระดับชุมชนผ่านกิจกรรมการตลาดและสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น การจัดทำแหล่งข้อมูลทางข้อมูล ทางเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/tourismtreasures  โดยร่วมกับTik Tok ผู้นำด้านแอพพลิเคชั่นวิดีโอที่มีผู้ใช้งานกว่าพันล้านคนทั่วโลก ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเผยแพร่วิดีโอกิจกรรม ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวไทยไปยังนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมจัดทำคอนเทนท์นำเสนอขุมทรัพย์ท่องเที่ยว และการสร้างระบบขุมทรัพย์ท่องเที่ยวที่เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคน 

ทั้งนี้ ททท.หวังให้ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยว เดินทางท่องเที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกวันขยายตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ใหม่สร้างโอกาสให้กับแหล่งท่องเที่ยวในทุกจังหวัดของประเทศไทยยกระดับสินค้าการท่องเที่ยวมีช่องทางการตลาดหารายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน.-สำนักข่าวไทย

ที่มา https://tna.mcot.net/view/6Ueu1Ul

Related links

สมาคมรถทัวร์ เชื่อรัฐบาลแจกเงิน 1,000 บาท กระตุ้นท่องเที่ยวคึกคัก10%

นายกฯสมาคมรถทัวร์ ขอบคุณรัฐบาลส่งเสริมท่องเที่ยว คาดมาตรการรัฐแจกเงิน 1,000 บาท กระตุ้นภาพรวมคึกคัก 10% ทำธุรกรรมผ่านแอพไม่ใช่อุปสรรค

นายวสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ผู้ให้บริการรถทัวร์ เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ว่า  ขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบอนุมัติให้เงินท่องเที่ยวภายในประเทศ 1,000 บาท “ชิม ช้อป ใช้” ข้ามจังหวัด โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ถึงร้อยละ 10

ทั้งนี้ วงเงิน 1,000 บาท ต้องยอมรับว่าน้อยเกินไป ซึ่งตัวเลขที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 1,500 – 2,000 บาทต่อคน ส่วนการให้เงินผ่านแอพพลิเคชั่น เชื่อว่าจะไม่ใช่อุปสรรคมากนักในการบริหารจัดการ แต่ผู้ที่จะใช้สิทธิหรือได้ประโยชน์ในมาตรการนี้อาจเป็นเพียงแค่คนบางกลุ่มที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้ ดังนั้นผู้ประกอบการหรือร้านค้าควรปรับตัวตามยุคสมัย รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีเพิ่มเติมให้ทันกับโลกด้วย

ที่มา https://www.sanook.com/news/7868663/

Related links

‘การบินไทย’ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนบัตรโดยสารเส้นทาง กรุงเทพฯ-ฮ่องกง

นายนนท์ กลินทะ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ฮ่องกงได้ออกประกาศให้เที่ยวบินยกเลิกทำการบินทั้งเข้าและออกประเทศฮ่องกง ตั้งแต่เวลา 15.30 น. (เวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 12 ส.ค. 62 ถึงเวลา 07.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 13 ส.ค. 62 เนื่องจากมีผู้ประท้วงบุกเข้าไปในอาคารผู้โดยสาร บริษัทฯ ขอแจ้งยกเลิกเที่ยวบิน เส้นทางบิน ไป – กลับ กรุงเทพฯ – ฮ่องกง ดังนี้

• TG606/12 ส.ค. 62/กรุงเทพฯ – ฮ่องกง เวลา 16.00 น. – 19.45 น.

• TG602/12 ส.ค. 62/กรุงเทพฯ – ฮ่องกง เวลา 18.30 น. – 22.15 น.

• TG639/12 ส.ค. 62/ฮ่องกง – กรุงเทพฯ เวลา 19.05 น. – 20.45 น.

• TG607/12 ส.ค. 62/ฮ่องกง – กรุงเทพฯ เวลา 20.45 น. – 22.25 น.

• TG603/13 ส.ค. 62/ฮ่องกง – กรุงเทพฯ เวลา 07.45 น. – 09.25 น.

อนึ่ง เที่ยวบินที่ TG638/12 ส.ค. 62 ที่ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 13.55 น. และจะถึงสนามบินฮ่องกง เวลา 17.40 น. (เวลาท้องถิ่น) แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจอดที่สนามบินฮ่องกง ต้องทำการบินกลับกรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.10 น. ส่วนความคืบหน้าของเที่ยวบินอื่นๆ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่มา www.bangkokbiznews.com/news/detail/843599

Related links