‘เมืองป่าตอง’ไมซ์ของเอเชีย

เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวที่ฮิตติดอันดับต้นๆ ในบ้านเราคงหนีไม่พ้นทะเลทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กะบี่ เป็นต้น ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากทะเลภาคใต้นั้นมีความสวยงาม รวมถึงขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวตกปีละหลายล้านคน

วันนี้ “อาทิตย์เอกเขนก” ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในพื้นที่อย่าง เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง จ.ภูเก็ต ที่พร้อมจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่บ้านเกิดเมืองนอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เทศบาลเมืองป่าตองมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองป่าตอง และปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์เมืองป่าตองให้เป็น เมืองศูนย์กลางไมซ์ (MICE) คือเมืองการจัดประชุมของเอเชีย

นายกฯ ป่าตอง เล่าว่า ปัจจุบันป่าตองมีโรงแรมระดับสามดาวขึ้นไปมากกว่า 2 หมื่นห้อง แต่ยังขาดศูนย์การประชุมที่สามารถรองรับการประชุมนานาชาติ ซึ่งรองรับผู้ประชุมไม่น้อยกว่า 5,000 คนขึ้นไป โดยช่วงที่ผ่านมาอัตราการเข้าพักโรงแรมจะอยู่ระดับ 85% ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว ในช่วงเดือนธันวาคมกุมภาพันธ์ แต่นอกฤดูการท่องเที่ยว อัตราการเข้าพักโรงแรมลดต่ำลงมาเหลือเพียง 25% เนื่องจากช่วงนอกฤดูมีระยะเวลาเกือบ 8 เดือน จึงส่งผลโดยรวมต่อสภาพเศรษฐกิจของเทศบาลเมืองป่าตองที่ประสบปัญหา โดยธุรกิจโรงแรมและธุรกิจสนับสนุนการท่องเที่ยวหลายแห่งอยู่ในฐานะขาดสภาพคล่อง ต้องใช้กลยุทธ์การลดราคาห้องพักและค่าบริการ หรือเกิดการแข่งขันด้านราคา ซึ่งทำให้ตำแหน่งด้านการตลาดและการท่องเที่ยวของเมืองป่าตองได้รับผลกระทบ

ดังนั้นในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่อยู่ในท้องถิ่น ก็คิดว่าต้องลงไปช่วยอะไรบ้าง เพราะสุดท้ายถ้าโรงแรมอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีภาษีที่จะนำไปพัฒนาเมือง ก็มานั่งพิจารณาดูว่ามีอะไรบ้างที่จะทำได้ ซึ่งจากการหารือร่วมกับผู้ประกอบการ จึงพบว่าที่ผ่านมาในการตั้งงบประมาณไม่เคยตั้งงบที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยตรงเลย ส่วนใหญ่ตั้งเกี่ยวกับด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์ให้กับการทำธุรกิจดีขึ้น

นายกฯ ป่าตอง เล่าต่ออีกว่า ก็มานั่งคิดกันว่าจะทำยังไงที่จะไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐไป สนับสนุนธุรกิจ และจะเห็นว่าช่วงหลังๆ ทุกโรงแรมแข่งกันลดราคา เพราะแขกลดลง ดังนั้นเมื่อมานั่งคิด วิเคราะห์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย หาแนวทางวางแผนแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของเมืองป่าตอง ด้วยการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเมืองป่าตองให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับเอเชียเช่นเดียวกับประเทศสิงคโปร์

โดยต้องปรับปรุงผังเมืองรวมเมืองภูเก็ต อนุญาตให้ใช้ที่ดินเขตชั้นในเมืองป่าตองที่มีระยะห่างจากชายหาดระยะ 50 เมตรจากพื้นที่น้ำท่วมถึงหรือริมหาด ให้สามารถก่อสร้างศูนย์การประชุมที่มีความจุ 1 หมื่นคน พร้อมด้วยโรงแรมและคอนโดมิเนียมที่เป็นอาคารขนาดใหญ่พิเศษไม่จำกัดขนาด และระยะห่างจากชายหาด 200 เมตรเป็นต้นไป สามารถก่อสร้างศูนย์การประชุม โรงแรม คอนโดมิเนียม และศูนย์การค้าได้ไม่จำกัดขนาด พร้อมการแก้ไขความสูงอาคารในระยะหลังจาก 50 เมตรเป็น 45 เมตร และระยะนับจาก 200 เมตรเป็น 90 เมตร

นายกฯ ป่าตอง กล่าวในตอนท้ายว่า ในฐานะนายกฯ มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเขา ได้มีการเชิญผู้ประกอบการทั้งหมดเข้ามาคุยกันว่าจะมีการส่งสัญญาณให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบ ซึ่งจากผลการศึกษาทราบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มไหนจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มีค่าเฉลี่ยต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะมีทั้งค่าพัก อาหารการกิน เมื่อเสร็จจากการประชุมก็มีการไป Shopping ท่องเที่ยวทั่วๆ ไป

หลังจากนี้จัดทำเป็นแอคชั่นแพลน คาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือน หรือภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะให้ทางสมาคมโรงแรมที่ป่าตองร่วมประชุมกับกรรมการชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีส่วนรับรู้ว่าเราจะมีการขับเคลื่อนไปแบบนี้ ซึ่งชุมชนก็จะมีโอกาสได้รายได้จากตรงนี้ ทั้งหมดทั้งมวลเมื่อสำเร็จก็จะทำให้ทั้งภูเก็ตและป่าตองเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และยังทำให้เศรษฐกิจขยายตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นด้วย.

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Related links