สัมภาษณ์พิเศษ : ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ เจาะปัญหาและทิศทางการท่องเที่ยวไทย

เป็นที่ทราบกันดีว่า “การท่องเที่ยว” เป็นธุรกิจที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าจะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศได้ แต่ก่อนหน้านี้ การท่องเที่ยวไทยเองก็เคยประสบมรสุมอยู่หลายระลอก

กรณีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวประเทศไทย ย้อนกลับไปถึงกรณีข่าวใหญ่ กรณีเรือนักท่องเที่ยวจีนล่มที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นการท่องเที่ยวไทยได้ซบเซาลง เพราะนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่นิยมมาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 1

นอกจากนี้เขยิบมาใกล้ขึ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กรณีมีคนร้ายเป็นชายไทย 2 คน บุกเข้าไปชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวภายในห้องพัก และใช้อาวุธทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับทรัพย์สินเป็นเงินสด

นอกจากปัญหาเรื่องอาชญากรรมแล้ว สภาพอากาศในประเทศไทยก็ประสบปัญหามลภาวะจาก ‘ฝุ่นพิษ’ ทั้งในจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร ก็ประสบปัญหาฝุ่นพิษเช่นเดียวกัน

ที่มา https://news.mthai.com/webmaster-talk/772065.html

Related links

‘การท่องเที่ยว’ ฮีโร่จำเป็น หรือ ฮีโร่ตัวจริง ‘เศรษฐกิจไทย’

ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปัจจุบัน ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นฮีโร่ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยไว้โดยรายได้จากการท่องเที่ยวของชาวไทยต่างชาติในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ 17% ของ GDP ซึ่งมีระดับใกล้เคียงกับปีก่อน นอกจากนี้ ยังเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสะท้อนจากอันดับในดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวปี 2562 โดย World Economic Forum ที่ไทยติดอันดับ 31 จาก 140 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย

ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ออก “มาตรการด้านการท่องเที่ยว” เพื่อกระตุ้นรายได้ เช่น การขยายระยะเวลามาตรการ Free Visa on Arrival โครงการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย เป็นต้น จากประสบการณ์ในอดีต การกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวมีประสิทธิผลต่อเศรษฐกิจชัดเจน เพราะภาคท่องเที่ยวมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งเป็นพื้นฐานและตอบสนองเร็วต่อมาตรการกระตุ้นอีกทั้งยังส่งผลดีกระจายไปในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า กลุ่มเกษตรกร และธุรกิจขนส่ง แต่สิ่งเหล่านั้นก็เป็นมาตรการระยะสั้น เราต้องไม่ลืมว่าการพัฒนาศักยภาพภาคการท่องเที่ยวให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน จะต้องมีมาตรการระยะยาวด้วยเช่นกัน โดยในอดีตที่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวประสบปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจกระทบต่อศักยภาพและการเติบโตในระยะยาวอยู่พอสมควร

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/852587?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Related links

“พิพัฒน์”เล็งถกคลังลดภาษีน้ำมันเครื่องบินอุ้มแอร์ไลน์

“พิพัฒน์” เตรียมควงคมนาคม หารือคลัง ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน อุ้มแอร์ไลน์ เอื้อตลาดเที่ยวบินในประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวฯและกระทรวงคมนาคมวานนี้ (22ต.ค.) ว่า จะร่วมกับกระทรวงคมนาคมขอหารือกับกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการขอให้พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันอากาศยานของเที่ยวบินในประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินที่แบกรับต้นทุนภาษีดังกล่าวแทนผู้โดยสาร จนต้นทุนค่าน้ำมันพุ่งขึ้นสูงเป็น40-50%ของต้นทุนสายการบินทั้งหมด

“ปัจจุบันเที่ยวบินระหว่างประเทศไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่พอเป็นเที่ยวบินในประเทศแล้วมีการเรียกเก็บ จึงอยากขอให้กระทรวงการคลังทบทวนมาตรการนี้ โดยคาดว่าหากมีการพิจารณาปรับลดภาษีฯลง จะช่วยให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสายการบินลดลง และสามารถกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศได้มากขึ้น ตอบโจทย์รัฐบาลที่ต้องการให้ภาคท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/851793

Related links

แอร์เอเชียคว้ารางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในเอเชีย

สายการบินแอร์เอเชียคว้ารางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในเอเชียติดต่อกันเป็นปีที่ 7 พร้อมควบรางวัลชนะเลิศพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินราคาประหยัด ณ World Travel Awards ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ประจำปี 2562

นายรีอัด อัสมัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแอร์เอเชียมาเลเซีย เป็นผู้ขึ้นรับรางวัล โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจและบุคคลสำคัญในภูมิภาคร่วมเป็นพยานในงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งจัดขึ้นที่ Vinpearl Convention Centre

นายรีอัด อัสมัต กล่าวว่า เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ติดต่อกัน การได้รับการยอมรับจากลูกค้าและเพื่อนร่วมงานในอุตสาหกรรมว่าเป็นสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในเอเชีย เป็นข้อพิสูจน์ถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเราในการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่สำคัญเราต้องขอบคุณพนักงานแอร์เอเชียออลสตาร์ทุกคน รวมทั้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่อดทนทำงานหนักเพื่อมอบประสบการณ์และสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา “

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3054694

Related links

กลุ่มโรงแรมอนันตรา กวาด 21 รางวัล จาก กองเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ รีดเดอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส

กลุ่มโรงแรมอนันตราคว้า 21 รางวัลจาก กองเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ รีดเดอร์ส ช้อยส์ อวอร์ดส ประจำปี 2019 (Conde Nast Traveler’s 2019 Readers Choice Award) หนึ่งในรางวัลประจำปีที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้ผลสำรวจได้มาจากการลงคะแนนของผู้อ่านนิตยสาร กองเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ (Conde Nast Traveler) ฉบับที่ตีพิมพ์โดยสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร โดยโรงแรมและรีสอร์ทในเครืออนันตรา ได้เป็นที่ยอมรับของผู้อ่านในทุกหมวดหมู่ และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3052156

Related links

คลัง คาดมาตรการส่งเสริมท่องเที่ยวโค้งสุดท้าย ต่อยอด”ชิมช้อปใช้” หนุนเม็ดเงินสะพัดอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฎิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยถึงมาตรการ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” จะเป็นการดึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาร่วมจัดแพ็กเกจราคาพิเศษ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ร้านอาหาร และสินค้าบริการ ด้วยราคาเพียง 100 บาทต่อ 1 รายการ ในรูปแบบชิงโชคให้ 4 หมื่นคนผ่านการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิซื้อแพคเกจ

สำหรับขั้นตอนง่ายกว่ามาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เพื่อหวังต่อยอดจากมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเริ่มออกไปใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวในช่วงแรก นับว่าเป็นโปรโมชั่นอีกด้านหนึ่งที่หนุนให้เกิดการท่องเที่ยว เงินกระจายออกสู่ต่างจังหวัด

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/3049542

Related links

ประกาศปิดถาวร สิงโตเมอร์ไลอ้อนที่เกาะเซ็นโตซ่า

ถือเป็นข่าวที่ฮือฮาในหมู่นักท่องเที่ยวมากทีเดียว เมื่อการท่องเที่ยวสิงคโปร์มีประกาศอย่างเป็นทางการถึงกำหนดการหยุดให้บริการของสิงโตเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์บนเกาะเซ็นโตซ่า การปิดครั้งนี้เป็นการปิดถาวร และจะทุบทิ้งเพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ขึ้นมาแทน
.
สิงโตเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่นี้ถือเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของสิงคโปร์ เพราะเป็นเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ โดยภายในตัวของเมอร์ไลอ้อนเปิดเป็นลานนิทรรศการประวัติของสิงคโปร์ รวมถึงร้านขายของที่ระลึก ส่วนด้านบนของหัวสิงโตเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวของสิงคโปร์จากมุมสูงบนจุดนี้มาเป็นเวลานาน และถือเป็นหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
.
กำหนดการปิดสิงโตเมอร์ไลอ้อนตัวใหญ่บนเกาะเซ็นโตซ่านี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2562 ดังนั้นใครที่มีแพลนมาเที่ยวช่วงนี้ จนถึง 20 ตุลาคมนี้ก็อย่าลืมรีบหาเวลาไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันก่อนเลยนะคะ เพราะงานนี้ปิดแบบทุบทิ้งเลยจ้ะ บอกว่างานนี้ถ้าพลาดแล้วพลาดเลย

ที่มา https://www.facebook.com/groups/979443155499581/

Related links

ใครมีแพลนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ต้องไม่พลาด ไฮไลท์จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดฟินที่โทโฮคุ

ฤดูใบไม้ร่วงนี้คุณมีแผนท่องเที่ยวกันหรือยัง ถ้ายังไม่มี เราขอเชิญชวนให้มาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคโทโฮคุกัน ขอบอกเลยว่าโทโฮคุมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากมาย แต่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยแถบนี้ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่เดือนตุลาคมซึ่งวิวทิวทัศน์จะถูกแต่งแต้มด้วยใบไม้สีแดง สีส้ม และสีเหลือง ที่สำคัญนักท่องเที่ยวก็ไม่พลุกพล่านเหมือนในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ ในวันนี้เรามาทำความรู้จักจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจใน 6 จังหวัดของภูมิภาคโทโฮคุกัน

ลำธารโออิราเสะ จังหวัดอาโอโมริ
โออิราเสะเป็นลำธารที่มีความยาวถึง 14 กิโลเมตร มีต้นกำเนิดจากต้นน้ำเนะโนคุจิบนทะเลสาบโทวะดะ ทั้งสายน้ำและวิวทิวทัศน์สองข้างทางมีความสวยงามแตกต่างกันไปตลอดเส้นทาง ทำให้เหมาะแก่การเดินเล่นชมใบไม้เปลี่ยนสี โออิราเสะยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น และถูกจัดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์เนื่องจากมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ไกลกันยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น หมู่บ้านออนเซ็น ทะเลสาบโทวาดะ และเทือกเขาฮักโกดะ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยมีพรรณไม้ได้แก่ ใบคัทซึระ ใบบุนะ ใบเกาลัดม้าญี่ปุ่น และใบเมเปิ้ล โดยจุดหลักๆ ที่สามารถเดินชมใบไม้เปลี่ยนสี ได้แก่ ลำธารอิชิเกะโดะ น้ำตกโจชิโอะทากิ ลำธารอาชูระ และน้ำตกคุโมอิ

หุบเขาเกบิเค จังหวัดอิวาเตะ
เกบิเคเป็นหุบเขาหินปูนที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลาง มีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร สองข้างทางรายล้อมไปด้วยหน้าผาสูงกว่า 100 เมตร วิวทิวทัศน์ของเกบิเคสวยงามมากจนถูกจัดให้เป็นหนึ่งในร้อยสถานที่ที่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะนิยมล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีและหน้าผาที่มีรูปร่างแปลกตา เช่น โชฟุกันหรือหินสามีหินภรรยาที่มีแม่น้ำคั่นกลาง ทำให้เห็นเหมือนคนสองคนหันหน้าด้านข้างให้กัน หรือโอเกบิอิวะซึ่งเป็นหน้าผาขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายจมูกสิงโต การล่องเรือก็เป็นจุดเด่น โดยมีนายเรือใช้ไม้ไผ่เพียงลำเดียวถ่อเรือไปตามลำน้ำและร้องเพลงพื้นบ้านโบราณที่เรียกว่าเพลงเกบิโอยวาเกะ เสียงเพลงเรือจะก้องกังวานไปทั่วหุบเขาอันเงียบสงบ ทำให้ได้บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยมีชนิดของพรรณไม้ คือ ใบเคยากิ ใบคาชิ ใบเมเปิ้ล
ที่ราบสูงฮะจิมันไต จังหวัดอิวาเตะ
ที่ราบสูงฮะจิมันไตมีพื้นที่กว้างใหญ่คาบเกี่ยวระหว่างจังหวัดอาคิตะและจังหวัดอิวาเตะ โดยเริ่มมีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนเป็นต้นไป นอกจากจะสามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีจากสองข้างทางระหว่างขับรถบนถนนสาย Aspite Line และ Jukai Line แล้ว อีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือเส้นทางศึกษาธรรมชาติโกะโชกาเคะที่สามารถชมวิวภูเขาไฟและเพลิดเพลินกับบรรยากาศเย็นสบายของบึงน้ำโอนุมะ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ชนิดของพรรณไม้ ได้แก่ ใบดะเคะคัมบะ ใบนานะคามาโดะ ใบบุนะ ใบเมเปิ้ล ใบชิราคะบะ จุดที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสี ได้แก่ จุดชมวิวยอดเขาฮะจิมันไต จุดชมวิวโอฟุกะซาวะ จุดชมวิวฟุเกะโนะยุ เส้นทางศึกษาธรรมชาติโอนุมะ และเส้นทางชมหุบเขายูเซะ

หุบเขานารุโกะ จังหวัดมิยางิ
เป็นหุบเขาสูงที่มีแม่น้ำโอยะที่ใสสะอาดไหลผ่าน สองข้างทางมีหน้าผาสูงชันรูปร่างสวยแปลกตาและน้ำตกสูงให้ได้ชม โดยพรรณไม้เปลี่ยนสีจะปกคลุมทั้งหุบเขา ตัดกับภาพแม่น้ำโอยะที่คดเคี้ยวอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความลึกกว่า 100 เมตร จุดชมวิวที่ดีที่สุดคือบริเวณศาลา Narukokyo Resthouse และไม่ไกลกันนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโอฟุคาซาว่า ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเดินเล่นได้แบบไม่เหนื่อยนัก

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ชนิดของพรรณไม้ ได้แก่ ใบเมเปิ้ล ใบเมเปิ้ลอุริฮาดะ ใบเมเปิ้ลอิตายะ ใบบุนะ
แม่น้ำโมกามิ จังหวัดยามากาตะ
ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสายน้ำกับการล่องเรือบนเส้นทางบะโชไปตามแม่น้ำโมกามิเพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงามสองข้างทาง พร้อมกับเพลิดเพลินไปกับบทเพลงพื้นบ้านที่ขับร้องระหว่างล่องเรือ เมื่อมองจากบนเรือคุณจะเห็นทิวเขาถูกแต่งแต้มด้วยพรรณไม้สีต่างๆ ซึ่งสะท้อนลงบนผืนน้ำราวกับภาพบนกระจก เป็นความประทับใจที่หาได้ยากจากที่อื่นๆ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ชนิดของพรรณไม้ ได้แก่ ใบเมเปิ้ล ใบบุนะ ใบนาระ
ผาหินหมื่นปี โทโนะเฮะทสึริ จังหวัดฟุกุชิมะ
หน้าผาโทโนะเฮะทสึริถูกสายน้ำของแม่น้ำโอกาวะกัดเซาะมานานหลายหมื่นปี จนเกิดเป็นรูปทรงคล้ายเจดีย์ และด้วยความเก่าแก่จึงได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์ของญี่ปุ่น ภาพของหน้าผาเมื่อมองจากระยะไกลจะเหมือนเจดีย์ 10 องค์ที่ถูกรายล้อมไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีอย่างสวยงาม บริเวณหน้าผายังถูกน้ำกัดเซาะลึกเข้าไป จึงสามารถเดินชมได้โดยรอบ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีคือปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ชนิดของพรรณไม้ ได้แก่ ใบเมเปิ้ล ใบบุนะ และอื่นๆ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลักคือจากตัวสะพานแขวน

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3043330

Related links

ดีไอทีพี ชวนเบิ่ง 2 ทำเลทองตลาด สปป.ลาว

ทุกคนคงรู้จัก “สปป.ลาว” เป็นอย่างดี เพราะนี่คือบ้านพี่เมืองน้องของไทยบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ซึ่งทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่า “ลาว” กำลังเติบโตทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ของผู้คน รวมทั้งเป็นประเทศน้องใหม่ที่ควรค่าการลงทุน ทั้งด้วยปัจจัยจากอัตราการขยายตัวของ GDP ที่มีกราฟพุ่งอย่างต่อเนื่อง ทรัพยากรธรรมชาติที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนแลนด์มาร์คที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ประตูการค้าหรือแลนด์ลิ้งค์ (Land link)” ด้วยเพราะมีพื้นที่ที่ยาวและมีพรมแดนดินต่อกับประเทศที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา จึงเอื้อต่อระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าลาวจะมีประชากรเพียงแค่ 7 ล้านคน แต่เชื่อหรือไม่ว่าทรัพยากรเหล่านี้มีกำลังซื้อที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ที่เป็นแบรนด์ไทย ซึ่งครองใจผู้บริโภคชาวลาวมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น

เมื่อเร็วๆนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEA) ได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดโครงการสัมมนา “ติวเข้ม…รู้ลึก รู้จริง รู้ใจลาว” เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีความรู้และเข้าใจการทำธุรกิจในประเทศลาว รวมทั้งเปิดโอกาสให้เห็นช่องทาง – พื้นที่ที่เหมาะแก่การเข้าไปลงทุน ตลอดจนเข้าถึงพฤติกรรมการเลือกสินค้าและการบริโภคของชาวลาวแบบอินไซด์ และสำหรับใครที่พลาดกิจกรรมดังกล่าวไปก็ไม่ต้องเสียดายหรือเสียใจ เพราะวันนี้เราย่อยทุกความรู้สำคัญเพื่อเป็นคัมภีร์สำหรับผู้สนใจในการบุกตลาดลาวแบบรู้ลึก รู้จริง กันเลยทีเดียว

– ตีตลาดใหม่กับ 2 ดินแดนเมืองลาวตอนเหนือ เริ่มกันที่ แขวงอุดมไซ เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศมีอาณาเขตติดต่อกับเมืองสิบสองปันนา ของประเทศจีน อาชีพหลักของประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพกสิกรรม และอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งการลงทุนของต่างประเทศที่แขวงอุดมไซมีมากถึง 36 โครงการ มีนักลงทุนเข้าไปลงทุนในแขวงอุดมไซโดยการสร้างสมาร์ทซิตี้(Smart city) ซึ่งถือว่าเป็นการดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปลงทุนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แขวงอุดมไซเป็นเมืองที่รถไฟความเร็วสูงจีน-ลาววิ่งผ่าน โดยในอนาคตจะถูกขยายให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการดรอปสินค้ามากยิ่งขึ้นซึ่งถือว่าเป็นการรองรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวที่จะเปิดบริการภายในปี 2564 ดังนั้นการทำธุรกิจในด้านโลจิสติกส์จึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตในแขวงนี้

ตลาดต่อมาคือแขวงหลวงน้ำทา มีพื้นด้านเหนือติดกับจีนบริเวณมณฑลยูนนาน และด้านทิศตะวันตกติดกับเมียนมา ด้วยกายภาพที่มีเขตติดต่อกับหลายประเทศ รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่รถไฟไทยจีน-ลาวตัดผ่าน ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งจะมีความรวดเร็ว ทำให้แขวงหลวงน้ำทากลายเป็นพื้นที่ที่น่าจับตามอง และมีศักยภาพในด้านลงทุนสูงมาก อีกทั้งในอนาคตแขวงหลวงน้ำทาจะกลายเป็นด่านพรมแดนที่สำคัญที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้แขวงหลวงน้ำทาตั้งอยู่บนเส้นทาง R3 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อม ไทย (เชียงราย) – ลาว – จีน (คุนหมิง) โดยบริเวณด่านสากลบ่อเต็น ทำให้กลายเป็นจุดขนถ่ายสินค้าเข้าสู่จีนทั้งทางบก และทางแม่น้ำโขงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง

– สูตรสำเร็จพิชิตใจชาวลาว พฤติกรรมการเลือกสินค้าของชาวลาวนั้นมักจะเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและเชื่อมั่นกับสินค้ายี่ห้อเดิมที่เคยใช้เป็นประจำและเชื่อมั่นว่าสินค้าที่ออกสูตรใหม่ต้องดีกว่าสูตรเดิมเสมอ ดังนั้นหากมีการผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ จะต้องระบุชัดเจนว่าเป็น “สูตรใหม่” และด้านคุณภาพของสินค้าจะต้องดีกว่าสูตรเดิม และต้องรักษาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อสินค้า เนื่องจากชาวลาวส่วนมากมักจะเชื่อมั่นคนรอบข้างมากกว่าโฆษณาในลักษณะการพูดกันแบบปากต่อปาก หากคนใกล้ชิดบอกว่าดีจะเกิดพฤติกรรมซื้อตาม ดังนั้นหากสินค้าไม่ดีจริงย่อมมีผลกระทบต่อยอดขายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ชาวลาวยังเชื่อเรื่องความหมายของคำ ฉะนั้นชื่อสินค้าจะต้องเป็นคำที่มีความหมายมงคล เช่น “มีทรัพย์” “มีโชค” และควรเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำด้วย

ที่มา  https://www.ryt9.com/s/prg/3040903

Related links

ตะลุยเมืองจันท์ ลุ้นรับแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยว จังหวัดจันทบุรี 3 วัน 2 คืน

บริษัท แบลคมอร์ส จำกัด ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี ขอเชิญร่วมกิจกรรม “เก๋ายกก๊วน ทัวร์ยกแก๊งค์ กับ 50 more Fit&Fun” ตอนตะลุยเมืองจันท์ ลุ้นรับแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยว จังหวัดจันทบุรี 3 วัน 2 คืน จำนวน 8 รางวัล รางวัลละ 4 ท่าน รวมมูลค่า 384,000 บาท สัมผัสเสน่ห์เมืองจันท์ แหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติทั้งทะเล ป่าเขา น้ำตก พบกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ที่งดงาม รวมทั้งสุดยอดอาหารทะเลที่คุณพลาดไม่ได้ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบลคมอร์ส ครบทุก 1,000 บาท และส่งรูปใบเสร็จผ่านทาง Line@50morefitandfun รับทันที 1 สิทธิ์

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3037886

Related links