เอส เอฟ ร่วมกับ การท่องเที่ยวมาเลเซีย และมาเลเซีย แอร์ไลน์ พาบินลัดฟ้าตะลุยเที่ยว 4 เมืองไฮไลท์ของ ‘มาเลเซีย’

โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ โดย คุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มาซรีนา โมฮัมหมัด ยูโซฟ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย ประจำประเทศไทย และอิทธิพล อินทรปัญญา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด มาเลเซีย แอร์ไลน์ ชวนผู้โชคดีบินลัดฟ้าไปกับกิจกรรม “LUCKY DRAW – JUMANJI : THE NEXT LEVEL” เพียงซื้อบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง “JUMANJI : THE NEXT LEVEL” ผ่านช่องทาง Online ของโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า ได้แก่ www.sfcinemacity.com และSF Cinema Application ทุก 1 ที่นั่ง ลุ้นสิทธิ์เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่จะได้ไปตะลุยเที่ยว 4 เมืองไฮไลท์สำคัญของมาเลเซีย ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์, ปุตราจาย่า, เก็นติ้ง และคาเมร่อนไฮแลนด์ 3 วัน 2 คืน รางวัลละ 2 ท่าน จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 250,000 บาท

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3080140

Related links

โครงการ Passport “เขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข Khao Yai The Valley of Happiness”

คุณปรเมศวร์ สิทธิวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเขาใหญ่ พาโนราม่า ฟาร์ม ได้เปิดเผยว่า ได้ร่วมทำโครงการ Passport “เขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข Khao Yai The Valley of Happiness” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยการประเมินและพัฒนาศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมบริการ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของธุรกิจบริการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครชัยบุรินทร์) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

โดยได้รับความร่วมมือจา กสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ตามรายชื่อทั้ง 21 สถานที่ ดังนี้

1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (Khao Yai National Park) จุดเด่น เขาใหญ่ถูกยกให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อีกทั้งเป็นแหล่งโอโซน 1ใน 7ของโลก โดยมีชื่อเรียกคือป่าดงพญาเย็น ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารรวมถึงมีพืชพันธุ์และ สัตว์ป่ามากกว่า 2,500 ชนิด

2. เขาใหญ่ พาโนราม่า ฟาร์ม (Khao Yai Panorama Farm) จุดเด่น เป็นฟาร์มเห็ดเชิงท่องเที่ยวที่มีพื้นที่ให้เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติ มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดที่ได้รับรางวัลการประกวดสุดยอดนวัตกรรมอันดับ 1 ของโลก จากงาน International Invention & Trade Expo London 2019 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีร้านอาหารเมนูเห็ด ที่ได้รับการรับรองความอร่อยจาก เปิบพิสดาร, ถนัดศรีชวนชิม, และสื่อรายการโทรทัศน์มากกว่า 110 รายการ และยังมีรีสอร์ททรงเห็ดที่มีสระน้ำแร่ออนเซ็นแห่งแรกของไทย

3. โรงแรมเรนทรี เรซิเดนซ์ เขาใหญ่ (Rain Tree Residence Hotel) จุดเด่น ที่พักสไตล์บูติก มีห้องพักที่ตกแต่งด้วยธีมจากผลงานนักเขียนทั่วโลก แนบชิดธรรมชาติท่ามกลางเทือกเขาดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ และครอบครัวในการทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด

4. ไร่จรัสแสง (Rai Jarus Saeng) จุดเด่น ไร่จรัสแสงได้ค้นคิดและผสมสายพันธุ์ทับทิมขึ้นมาใหม่เป็นสายพันธุ์ที่มีเมล็ดนิ่มสีแดงสดใส รสชาติถูกปากคนไทย และมีผลดกออกตลอดทั้งปี ที่สำคัญปลูกทับทิมในบริเวณเขาใหญ่ซึ่งอากาศดีส่งผลให้ทับทิมที่ปลูกจึงมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีน้ำทับทิมเป็นสินค้าสุดยอดของฝากจากทางไร่

5. สวนซ่อนศิลป์ (Secret Art Garden) จุดเด่น เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะและป่าธรรมชาติกว่า 100 ปี มีห้องพักเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลป์และธรรมชาติ สามารถสร้างรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มาเยือน

6. ไร่เคนผาพงศ์ (Kenpapong Family Farm) จุดเด่น เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบพอเพียง ภายใต้ชื่อ “อยู่บ้านฟาร์ม แอนด์ การ์เด้น เขาใหญ่” บรรยากาศเสมือนอยู่กับครอบครัว มีครัวกลาง สามารถเดินชมสวน เก็บผักปลอดสาร และมีสวนผลไม้บนพื้นที่ 20 ไร่ ที่มีเรื่องราวกว่า 30 ปี อีกทั้งมีบริการนั่งรถไถเพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ

7. เดอะเปียโน รีสอร์ท เขาใหญ่ (The Piano Resort Khao Yai) จุดเด่น โดดเด่นด้วยการนำคุณค่าของดนตรีมาผสมผสานในทุกบริการของรีสอร์ท เพื่อมอบความสุขให้กับจิตใจ และคืนความสดชื่นให้กับร่างกายได้อย่างแท้จริง ประโยชน์ของดนตรี ไม่ได้มีแค่เอาไว้แค่ฟังเพลินๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยบำบัดจิตใจของคุณให้มีความสุข และสร้างสุขภาพที่ดีจากภายในอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมามาปลดปล่อยความเครียดความกังวลด้วยดนตรีที่จะสร้างนิยามใหม่ของวันพักผ่อน และได้การรับรองมาตรฐานจาก”TCEB Standard Convention”รองรับการจัดกรุ๊ปสัมมนา outing งานเลี้ยงและประชุมต่างๆ อีกมากมาย ในสไตล์ เดอะ มิวสิคเคิลรีสอร์ท

8. กรีนลีฟ เกตส์เฮ้าส์ แอนด์ ทัวร์ เขาใหญ่ (Greenleaf Guesthouse & Tour Khao Yai) จุดเด่น มีเจ้าหน้าที่ ที่มีประสบการณ์การในพื้นที่ป่ามากกว่า 20 ปี สำหรับพาเดินชมป่าสัมผัสธรรมชาติ ฟังเสียงนก เสียงไม้ พร้อมทั้งถ่ายภาพเหล่านกเหงือกและสัตว์ป่าหลากหลายชนิดเสมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีบริการแพ็คเกจทัวร์พร้อมที่ห้องพักอีกด้วย

9. ชมรมฮักเขาใหญ่ (Hug Khao Yai Club) จุดเด่น การรวมตัวของกลุ่มคนที่จะเชิญชวนให้ทุกท่านได้มาสัมผัส และท่องเที่ยวเขาใหญ่ เปิดโลกทัศน์ในมุมมองใหม่ๆ ที่คุณจะว๊าว เพราะหุบเขาแห่งความสุข คือคำตอบลายแทงที่ทุกคนจะต้องไปค้นหาด้วยตนเอง

10. ลีลาวลัย รีสอร์ท (Lilawalai Resort) จุดเด่น เป็นโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการรับรองจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นศูนย์รวมดอกลีลาวดีชนิดต่างๆมากกว่า 300 สายพันธุ์เป็นที่พักเหมาะสำหรับครอบครัว นักธุรกิจ กรุ๊ปสัมมนาและผู้สูงอายุที่ชอบความเงียบสงบ

11. บ้านหมากม่วง (KhaoYai The Mango House Farm) จุดเด่น สวนมะม่วงบรรยากาศชิลๆวิวดี สิ่งที่พลาดไม่ได้ คือ เหนียวมะม่วงจากสวน และของฝากน้ำม่วงเย็นใจ

12. เดอะมิว (The Mew) จุดเด่น การปลูกสมุนไพรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการนำสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์มากมายมาผสมผสานเป็น ขนม เครื่องดื่ม อาหาร และสินค้าของฝาก เพื่อให้ทุกคำที่ทานเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม และสุขภาพที่ดีอีกด้วย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3077278

Related links

กทม. เตรียมปิดเยาวราช-สีลม-ข้าวสาร จัดถนนคนเดิน “Walking Street” ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมถนนคนเดิน (Walking Street) ของกรุงเทพมหานคร ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยการนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการช่วยประชาชนที่มีรายได้น้อยให้มีพื้นที่ค้าขาย และช่วยให้พี่น้องประชาชนได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและราคาประหยัด รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุน Street Food ที่เป็นจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร โดยจะเริ่มดำเนินการครั้งแรกในสัปดาห์นี้ 3 ถนน ได้แก่

  1. ถนนเยาวราช จะมีการปิดถนนเพื่อจัดกิจกรรมถนนคนเดิน (Walking Street) ตั้งแต่วันที่ 13 -14 ธ.ค.62 โดยเริ่มปิดถนนฝั่งละ 1 ช่องจราจร เพื่อให้คนเดิน ในเวลา 17.00 – 24.00 น. ตั้งแต่แยกราชวงศ์ ถึงแยกเฉลิมบุรี และซอยแปลงนามตลอดทั้งซอย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเยาวราชทางสถานีวัดมังกร สำหรับวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.62 จะมีการปิดถนนทั้งหมดให้คนเดินตั้งแต่ 19.00 – 24.00 น. และจะมีการเพิ่มร้านค้าอีก 40 ร้าน ซึ่งจะพิจารณาจากผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบทางเท้าก่อน โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเยี่ยมทักทายประชาชนบริเวณ ถ.เยาวราชในเลาประมาณ 19.00 น.
  2. ถนนสีลม กำหนดจัดกิจกรรมถนนคนเดิน (Walking Street) ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.62 โดยเริ่มปิดถนนให้คนเดินในเวลา 12.00 – 22.00 น. และเปิดให้สัญจรตามปกติในเวลา 24.00 น. ภายใต้ชื่องาน “เดิน กิน ชิม เที่ยว Walking Street@สีลม” โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนที่ 1. ถนนสายศิลป์ จัดแสดงงานศิลปะ ดนตรี การแสดง Street Show การขับร้องประสานเสียง การแสดงศิลปะ Graffiti โซนที่ 2. ถนนต้องชิม จัดร้านอาหาร Street Food ที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ร้านอาหารที่หาทานยาก โซนที่ 3. ถนนต้องชม จัดจำหน่ายสินค้าที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ สินค้าจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้า OTOP โซนที่ 4. ถนนวัยเก๋า จัดแสดงดนตรี ศิลปะวัฒนธรรม สินค้าและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลาย สังสรรค์ โซนที่ 5. ถนนต้องเดิน จัดจำหน่ายของดีของเด่นจาก 50 เขตที่มีอัตลักษณ์ของ กรุงเทพมหานคร และ Bangkok Brands และโซนที่ 6. ถนนคนกรุง พบกับร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ร้านอาหารระดับ Michelin Star และร้านอาหารจากผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการจัดระเบียบทางเท้าถนนสีลม ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมในเวลา 18.00 น.
  3. ถนนข้าวสาร จะมีการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน (Walking Street) ในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค.62 โดยเริ่มปิดถนนเต็มรูปแบบในเวลา 16.00 – 24.00 น. ภายใต้ชื่องาน “ข้าวสาร Walking Street” โดยในงานจะมีการแสดงศิลปะวัฒนธรรม งานหัตถกรรม สาธิตการทำอาหารไทย รวมถึงอาหารต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงของถนนข้าวสาร

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq01/3075585

Related links