‘ปตท.’ เล็งแจกเงินพนักงาน ร่วมกระตุ้น ‘การท่องเที่ยว’

ปตท.เตรียมควักคนละ 5,000 จ่ายพนักงานมากกว่า1.8 หมื่นคน เที่ยวไทยร่วมกระตุ้นท่องเที่ยว ครม.ไฟเขียวเพิ่มสิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” นายกฯแย้มมีแผนดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย ย้ำต้องทำอย่างรอบคอบ สอดคล้องแผนจ้างคนลดว่างงาน

แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า การประชุมระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่วันนี้(26 ส.ค.) ทางฝ่ายบริหารจะมีการนำเสนอข้อพิจารณามาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยจะมีการอนุมัติจ่ายเงินให้กับพนักงานของ ปตท. ประมาณ 5,000 บาทต่อราย เพื่อนำไปใช้สำหรับเดินทางท่องเที่ยวในประเทศซึ่งเบื้องต้น พนักงานของ ปตท. มีประมาณกว่า 3,000 ราย และกลุ่ม ปตท. มีพนักงานทั้งหมดประมาณ 18,000 ราย ยังไม่รวมพนักงานซับคอนแทรค

ส่วนรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องรอผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมฯก่อน และคาดว่า หากผ่านการอนุมัติแล้ว ก็อาจจะสามารถดำเนินการได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำกลับไปเสนอขอการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท.(บอร์ด ปตท.) อีกครั้ง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) จังหวัดระยอง เห็นชอบการเพิ่มสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยเพิ่มสิทธิการจองห้องพักจากเดิมให้คนละไม่เกิน 5 คืน เป็นคนละไม่เกิน 10 คืน และเพิ่มวงเงินสิทธิจองตั๋วเครื่องบิน จากเดิมได้คนละไม่เกิน 1,000 บาท เป็นไม่เกิน 2,000 บาท เพื่อจูงใจให้คนเดินทางไปในจังหวัดที่ไกลขึ้นซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่มีการหารือกันในศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.)ก่อนหน้านี้แล้ว

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/895165

Related links

Airbnb เผยกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศและเดินทางระยะสั้น ฟื้นท่องเที่ยวเอเชีย-แปซิฟิก

วิกฤตโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบให้กับภาคธุรกิจทั่วโลก ไม่เว้นกระทั่ง Airbnb ถึงขึ้นต้องปลดพนักงาน 1,900 รายและสูญรายได้ถึง 17% หนึ่งในกลยุทธ์ที่ Airbnb มองถึงการประคองธุรกิจแชร์ที่พักหรือห้องพักให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก คือการโฟกัสเจาะตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ 

ไมค์ ออร์กิล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Airbnb กล่าวว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศและการเดินทางระยะสั้น คือ หัวใจสำคัญของการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หลังจากเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

เทรนด์การท่องเที่ยวในประเทศไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น จากข้อมูลการจองที่พัก Airbnb ชี้ให้เห็นสัญญาณที่ดีในการกลับมาของการท่องเที่ยวในประเทศ โดยในประเทศไทยมียอดจองที่พักในประเทศเพิ่มสูงขึ้น 13% ต่อปี โดยเทรนด์ในขณะนี้เป็นการท่องเที่ยวในระยะสั้นๆ ของนักท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก

ที่มา https://www.businesstoday.co/business/18/08/2020/airbnb-3/

Related links

“ท่องเที่ยวไทย” ทำใจ ! ทอท.คาดอีก 2 ปี ผู้โดยสารพลิกฟื้น

แม้รัฐบาลจะปลดล็อกน่านฟ้าให้เกิดการเดินทางภายในประเทศไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแต่การเปิดเส้นทางบินเฉพาะภายในประเทศก็ยังไม่เพียงพอสำหรับ “ต้นทุน” การดำเนินงานของผู้ประกอบการสายการบินในขณะนี้ เครื่องบินโดยสารของทุกสายการบินยังคงอยู่ในสถานะ “จอดนิ่งสนิท” ในลานจอดมากกว่าบินอยู่บนฟ้า ส่งผลให้ธุรกิจสนามบินได้รับผลกระทบอย่างหนักไปด้วย

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ผู้บริหารสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, หาดใหญ่(สงขลา), ภูเก็ต, เชียงใหม่ และแม่ฟ้าหลวง (เชียงราย) ถึงการคาดการณ์การกลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงแนวโน้มของธุรกิจการบินปีนี้ว่าจะเป็นอย่างไร จากที่เคยทำกำไรนิวไฮถึง2.5 หมื่นล้านในปี 2562 ที่ผ่านมาไว้ดังนี้

มั่นใจปี”63 ไม่ขาดทุน

“นิตินัย” บอกว่า ทอท.ได้พิจารณาผลกระทบตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19บอร์ดจึงออกมาตรการเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการใน 6 สนามบินของทอท.หลังได้รับผลกระทบจากยอดของผู้โดยสารลดลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นก็ได้ออกประกาศเยียวยาผู้ประกอบการเพิ่มเติมระลอกใหญ่อีกครั้งในเดือนเมษายน ทั้งในส่วนของสายการบินและพื้นที่เชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม สำหรับปีงบประมาณ 2563 นี้ยังมั่นใจว่าผลประกอบการของ ทอท.จะไม่ขาดทุน เนื่องจากปีงบประมาณของ ทอท.เริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ซึ่งเป็นไตรมาสแรกเป็นช่วงไฮซีซั่น นับตั้งแต่วันโกลเด้นวีกของจีนในเดือนตุลาคม ต่อด้วยเทศกาล thanks giving ในเดือนพฤศจิกายน และต่อด้วยคริสต์มาส ปีใหม่ ต่อด้วยเทศกาลตรุษจีนในเดือนมกราคม ทำให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 นี้มีมากเพียงพอสำหรับดูแลอีก 8 เดือนที่เหลือของปีได้

โดยในไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค. 62) มีรายได้รวม 29,498 ล้านบาท กำไร 10,982 ล้านบาท และไตรมาส 2 (ม.ค.-มี.ค. 63) มีรายได้รวม 12,328 ล้านบาท กำไร 3,647 ล้านบาท หากรวมครึ่งปีแรกที่ผ่านมาพบว่า ทอท.มีรายได้รวมตุนอยู่แล้วทั้งหมดกว่า 41,000 ล้านบาท และมีกำไรรวมกว่า 14,629 ล้านบาท

ชี้ปีหน้า “รายได้” ตกต่ำสุด

“นิตินัย” บอกว่า คำถามคือแล้วปีงบประมาณ 2564 จะเป็นอย่างไรตอบได้เลยว่า “เหนื่อย” เนื่องจากจะไม่มีช่วง 4 เดือนทองคำ (ต.ค. 63-ม.ค. 64)เกิดขึ้นแน่นอน วัคซีนก็ยังไม่มี ส่วนการเปิดท่องเที่ยวแบบ travel bubble นั้นถ้าเปิดจริงคนที่เข้ามาก็ยังถูกจำกัดเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้น และจำนวนยังต่ำมากแค่หลัก 1,000-2,000 คนต่อวันเท่านั้น ไม่ใช่หลักแสนเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

และหากปี 2564 จะมีวัคซีนออกมาก แต่ถ้าออกมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมก็ไม่ได้ช่วยมาก เพราะได้ผ่านช่วง4 เดือนทองคำไปเรียบร้อยแล้ว จึงประเมินได้ว่าปีหน้าจะเป็นปีที่หนักที่สุด ตัวเลขจะตกต่ำสุดทั้งในด้านรายได้และจำนวนผู้โดยสาร

“ผมเชื่อว่าวัคซีนไม่น่าจะมาช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ปีหน้า ต่อให้วัคซีนออกมาช่วงพฤศจิกายนหรือทันช่วงคริสต์มาสปีนี้ และทุกคนฉีดกันอย่างทั่วถึง แต่สายการบินต่าง ๆ ก็วางสลอตการบินล่วงหน้าของตารางบินฤดูหนาว (วินเทอร์) ไปเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น โอกาสที่ช่วง 4 เดือนทองคำของปี 2564 จะมีรายได้นั้นต่ำมาก ยกเว้นมีปาฏิหาริย์ว่าวัคซีนมาก่อนตุลาคม และทันสำหรับสายการบินวางสลอตการบินในตารางการบินเดือนตุลาคม”

ที่มา https://www.prachachat.net/tourism/news-502686

Related links