ญี่ปุ่นเตรียมอนุมัติมาตรการเร่งด่วนพยุงการท่องเที่ยวช่วงไวรัสโคโรนาระบาด

คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเตรียมอนุมัติมาตรการเร่งด่วนในสัปดาห์นี้เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งรวมถึงการยกระดับการคัดกรองและการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

รัฐบาลญี่ปุ่นจะยกระดับการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทดสอบหาเชื้อไวรัสด้วยความแม่นยำสูง พร้อมกับสนับสนุนให้สถาบันวิจัยของรัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนาชุดทดสอบไวรัสที่ลดเวลาตรวจให้สั้นลง

มาตรการดังกล่าวยังเร่งให้เกิดการพัฒนายาและวัคซีนเพื่อรับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พร้อมกันนั้นยังเตรียมจัดตั้งศูนย์พิเศษเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับไวรัสและให้ข้อมูลเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลเตรียมจัดโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงผู้ประกอบการในภาคส่วนอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาทางการเงินอันเป็นผลมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ลดลง ทั้งยังพิจารณาว่าจะจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อให้คำแนะนำอย่างทันท่วงทีแก่กระทรวงต่าง ๆ ด้วย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq38/3093492

Related links

ททท. จัดเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ปี 2563 ย้ำสัมพันธ์ 45 ปีการทูตไทย-จีน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวอวยพร เนื่องในเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ปี 2563 ร่วมกับ ฯพณฯ ลั่ว ชู่กัง (H.E.Mr. Luo Shugang) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ผู้แทนสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมแลกเปลี่ยนหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ลานสีฟ้า ศูนย์การค้าสยามสแควร์ เขตปทุมวัน กทม. เมื่อเร็วๆ นี้

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3089540

Related links

ธุรกิจท่องเที่ยวไทยร่วงหนัก ทุบดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการทุกเซ็กเตอร์

ผลประกอบการท่องเที่ยวปี’62 ร่วงหนัก ทุบตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทย สทท.เผยผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทุกภูมิภาคประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าภาวะปกติ ทุกเซ็กเตอร์หลัก คาดดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทยไตรมาสแรกปีนี้ยังทรุดต่อเนื่อง

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยยังอยู่ในภาวะที่ยังเติบโตได้ โดยคาดว่าในปี 2563 นี้ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 40.7 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 2.73% และมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 2.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 2.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ที่มา https://www.prachachat.net/tourism/news-410846

Related links

นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยปี 2563 คาดมีจำนวน 11.10-11.30 ล้านคน

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 24-30 ม.ค. 2563 นี้ ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะยังมีบรรยากาศที่ดี โดยคาดว่าในช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 365,500 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 2.7% เติบโตใกล้เคียงกับตรุษจีนปีที่ผ่านมา ด้วยการทำตลาดอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบกับมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrivals เป็นปัจจัยที่สนับสนุนในการทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน

สำหรับทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยตลอดทั้งปี 2563 ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม จากการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว ทิศทางเศรษฐกิจจีนที่เติบโตชะลอลง และการแพร่ระบาดของโรคปอดที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การที่ไทยยังคงเป็นประเทศที่ชาวจีนเลือกเป็นจุดหมายในการเดินทางท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ อีกทั้งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคปอดอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ อานิสงส์จากการที่นักท่องเที่ยวจีนจะปรับแผนการเดินทางมาท่องเที่ยวระยะใกล้แทนการไปเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งอาจยังมีประเด็นความไม่สงบ ก็คาดว่าจะสนับสนุนให้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยยังมีแนวโน้มเติบโตได้ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะมีประมาณ 11.10-11.30 ล้านคน หรือเติบโตประมาณ 1.6%-3.5% ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2563 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 550,000–560,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 1.1%-2.8% จากปี 2562

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3086118

Related links

ซาอุดิอาระเบียต่อเวลาโครงการวีซ่า หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและมรดกแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย (SCTH) เผยนักท่องเที่ยวสามารถใช้วีซ่าเดิมที่มีอยู่ของอังกฤษ สหรัฐ และเชงเก้น เพื่อขอรับวีซ่านักท่องเที่ยวของซาอุดิอาระเบีย ณ สนามบิน ไม่ว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้ จะถือสัญชาติใดก็ตาม

นักท่องเที่ยวที่ได้รับประโยชน์จากกฎระเบียบใหม่นี้จะต้องเคยใช้วีซ่าเดินทางเยือนประเทศใดประเทศหนึ่งที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มรายชื่อข้างต้น ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศซาอุดิอาระเบีย

นโยบายดังกล่าวมาจากการเปิดตัววีซ่าของซาอุดิอาระเบียในเดือนกันยายน 2562

ปัจจุบัน พลเมืองจาก 49 ประเทศ มีสิทธิ์สมัคร e-Visa ทางออนไลน์หรือขอรับวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึงซาอุดีอาระเบีย วีซ่าประเภทท่องเที่ยวอนุญาตให้พำนักสูงสุด 3 เดือนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง และนักท่องเที่ยวสามารถพำนัก 90 วันต่อปีในซาอุดิอาระเบีย โดยวีซ่ามีอายุ 1 ปี และสามารถเข้าออกประเทศได้หลายครั้ง

นโยบายดังกล่าวนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของซาอุดิอาระเบียในการเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆทั่วโลก

ทั้งนี้ การสมัครขอวีซ่าออนไลน์ทางอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3083884

Related links

เอส เอฟ ร่วมกับ การท่องเที่ยวมาเลเซีย และมาเลเซีย แอร์ไลน์ พาบินลัดฟ้าตะลุยเที่ยว 4 เมืองไฮไลท์ของ ‘มาเลเซีย’

โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ โดย คุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มาซรีนา โมฮัมหมัด ยูโซฟ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวมาเลเซีย ประจำประเทศไทย และอิทธิพล อินทรปัญญา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด มาเลเซีย แอร์ไลน์ ชวนผู้โชคดีบินลัดฟ้าไปกับกิจกรรม “LUCKY DRAW – JUMANJI : THE NEXT LEVEL” เพียงซื้อบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง “JUMANJI : THE NEXT LEVEL” ผ่านช่องทาง Online ของโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า ได้แก่ www.sfcinemacity.com และSF Cinema Application ทุก 1 ที่นั่ง ลุ้นสิทธิ์เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่จะได้ไปตะลุยเที่ยว 4 เมืองไฮไลท์สำคัญของมาเลเซีย ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์, ปุตราจาย่า, เก็นติ้ง และคาเมร่อนไฮแลนด์ 3 วัน 2 คืน รางวัลละ 2 ท่าน จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 250,000 บาท

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3080140

Related links

โครงการ Passport “เขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข Khao Yai The Valley of Happiness”

คุณปรเมศวร์ สิทธิวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเขาใหญ่ พาโนราม่า ฟาร์ม ได้เปิดเผยว่า ได้ร่วมทำโครงการ Passport “เขาใหญ่หุบเขาแห่งความสุข Khao Yai The Valley of Happiness” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยการประเมินและพัฒนาศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมบริการ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของธุรกิจบริการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครชัยบุรินทร์) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

โดยได้รับความร่วมมือจา กสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ตามรายชื่อทั้ง 21 สถานที่ ดังนี้

1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (Khao Yai National Park) จุดเด่น เขาใหญ่ถูกยกให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ อีกทั้งเป็นแหล่งโอโซน 1ใน 7ของโลก โดยมีชื่อเรียกคือป่าดงพญาเย็น ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารรวมถึงมีพืชพันธุ์และ สัตว์ป่ามากกว่า 2,500 ชนิด

2. เขาใหญ่ พาโนราม่า ฟาร์ม (Khao Yai Panorama Farm) จุดเด่น เป็นฟาร์มเห็ดเชิงท่องเที่ยวที่มีพื้นที่ให้เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติ มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดที่ได้รับรางวัลการประกวดสุดยอดนวัตกรรมอันดับ 1 ของโลก จากงาน International Invention & Trade Expo London 2019 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีร้านอาหารเมนูเห็ด ที่ได้รับการรับรองความอร่อยจาก เปิบพิสดาร, ถนัดศรีชวนชิม, และสื่อรายการโทรทัศน์มากกว่า 110 รายการ และยังมีรีสอร์ททรงเห็ดที่มีสระน้ำแร่ออนเซ็นแห่งแรกของไทย

3. โรงแรมเรนทรี เรซิเดนซ์ เขาใหญ่ (Rain Tree Residence Hotel) จุดเด่น ที่พักสไตล์บูติก มีห้องพักที่ตกแต่งด้วยธีมจากผลงานนักเขียนทั่วโลก แนบชิดธรรมชาติท่ามกลางเทือกเขาดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ และครอบครัวในการทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด

4. ไร่จรัสแสง (Rai Jarus Saeng) จุดเด่น ไร่จรัสแสงได้ค้นคิดและผสมสายพันธุ์ทับทิมขึ้นมาใหม่เป็นสายพันธุ์ที่มีเมล็ดนิ่มสีแดงสดใส รสชาติถูกปากคนไทย และมีผลดกออกตลอดทั้งปี ที่สำคัญปลูกทับทิมในบริเวณเขาใหญ่ซึ่งอากาศดีส่งผลให้ทับทิมที่ปลูกจึงมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีน้ำทับทิมเป็นสินค้าสุดยอดของฝากจากทางไร่

5. สวนซ่อนศิลป์ (Secret Art Garden) จุดเด่น เป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะและป่าธรรมชาติกว่า 100 ปี มีห้องพักเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลป์และธรรมชาติ สามารถสร้างรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มาเยือน

6. ไร่เคนผาพงศ์ (Kenpapong Family Farm) จุดเด่น เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบพอเพียง ภายใต้ชื่อ “อยู่บ้านฟาร์ม แอนด์ การ์เด้น เขาใหญ่” บรรยากาศเสมือนอยู่กับครอบครัว มีครัวกลาง สามารถเดินชมสวน เก็บผักปลอดสาร และมีสวนผลไม้บนพื้นที่ 20 ไร่ ที่มีเรื่องราวกว่า 30 ปี อีกทั้งมีบริการนั่งรถไถเพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ

7. เดอะเปียโน รีสอร์ท เขาใหญ่ (The Piano Resort Khao Yai) จุดเด่น โดดเด่นด้วยการนำคุณค่าของดนตรีมาผสมผสานในทุกบริการของรีสอร์ท เพื่อมอบความสุขให้กับจิตใจ และคืนความสดชื่นให้กับร่างกายได้อย่างแท้จริง ประโยชน์ของดนตรี ไม่ได้มีแค่เอาไว้แค่ฟังเพลินๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยบำบัดจิตใจของคุณให้มีความสุข และสร้างสุขภาพที่ดีจากภายในอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมามาปลดปล่อยความเครียดความกังวลด้วยดนตรีที่จะสร้างนิยามใหม่ของวันพักผ่อน และได้การรับรองมาตรฐานจาก”TCEB Standard Convention”รองรับการจัดกรุ๊ปสัมมนา outing งานเลี้ยงและประชุมต่างๆ อีกมากมาย ในสไตล์ เดอะ มิวสิคเคิลรีสอร์ท

8. กรีนลีฟ เกตส์เฮ้าส์ แอนด์ ทัวร์ เขาใหญ่ (Greenleaf Guesthouse & Tour Khao Yai) จุดเด่น มีเจ้าหน้าที่ ที่มีประสบการณ์การในพื้นที่ป่ามากกว่า 20 ปี สำหรับพาเดินชมป่าสัมผัสธรรมชาติ ฟังเสียงนก เสียงไม้ พร้อมทั้งถ่ายภาพเหล่านกเหงือกและสัตว์ป่าหลากหลายชนิดเสมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีบริการแพ็คเกจทัวร์พร้อมที่ห้องพักอีกด้วย

9. ชมรมฮักเขาใหญ่ (Hug Khao Yai Club) จุดเด่น การรวมตัวของกลุ่มคนที่จะเชิญชวนให้ทุกท่านได้มาสัมผัส และท่องเที่ยวเขาใหญ่ เปิดโลกทัศน์ในมุมมองใหม่ๆ ที่คุณจะว๊าว เพราะหุบเขาแห่งความสุข คือคำตอบลายแทงที่ทุกคนจะต้องไปค้นหาด้วยตนเอง

10. ลีลาวลัย รีสอร์ท (Lilawalai Resort) จุดเด่น เป็นโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการรับรองจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นศูนย์รวมดอกลีลาวดีชนิดต่างๆมากกว่า 300 สายพันธุ์เป็นที่พักเหมาะสำหรับครอบครัว นักธุรกิจ กรุ๊ปสัมมนาและผู้สูงอายุที่ชอบความเงียบสงบ

11. บ้านหมากม่วง (KhaoYai The Mango House Farm) จุดเด่น สวนมะม่วงบรรยากาศชิลๆวิวดี สิ่งที่พลาดไม่ได้ คือ เหนียวมะม่วงจากสวน และของฝากน้ำม่วงเย็นใจ

12. เดอะมิว (The Mew) จุดเด่น การปลูกสมุนไพรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการนำสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์มากมายมาผสมผสานเป็น ขนม เครื่องดื่ม อาหาร และสินค้าของฝาก เพื่อให้ทุกคำที่ทานเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม และสุขภาพที่ดีอีกด้วย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3077278

Related links

กทม. เตรียมปิดเยาวราช-สีลม-ข้าวสาร จัดถนนคนเดิน “Walking Street” ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมถนนคนเดิน (Walking Street) ของกรุงเทพมหานคร ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยการนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการช่วยประชาชนที่มีรายได้น้อยให้มีพื้นที่ค้าขาย และช่วยให้พี่น้องประชาชนได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและราคาประหยัด รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุน Street Food ที่เป็นจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร โดยจะเริ่มดำเนินการครั้งแรกในสัปดาห์นี้ 3 ถนน ได้แก่

  1. ถนนเยาวราช จะมีการปิดถนนเพื่อจัดกิจกรรมถนนคนเดิน (Walking Street) ตั้งแต่วันที่ 13 -14 ธ.ค.62 โดยเริ่มปิดถนนฝั่งละ 1 ช่องจราจร เพื่อให้คนเดิน ในเวลา 17.00 – 24.00 น. ตั้งแต่แยกราชวงศ์ ถึงแยกเฉลิมบุรี และซอยแปลงนามตลอดทั้งซอย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเยาวราชทางสถานีวัดมังกร สำหรับวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.62 จะมีการปิดถนนทั้งหมดให้คนเดินตั้งแต่ 19.00 – 24.00 น. และจะมีการเพิ่มร้านค้าอีก 40 ร้าน ซึ่งจะพิจารณาจากผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบทางเท้าก่อน โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเยี่ยมทักทายประชาชนบริเวณ ถ.เยาวราชในเลาประมาณ 19.00 น.
  2. ถนนสีลม กำหนดจัดกิจกรรมถนนคนเดิน (Walking Street) ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.62 โดยเริ่มปิดถนนให้คนเดินในเวลา 12.00 – 22.00 น. และเปิดให้สัญจรตามปกติในเวลา 24.00 น. ภายใต้ชื่องาน “เดิน กิน ชิม เที่ยว Walking Street@สีลม” โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนที่ 1. ถนนสายศิลป์ จัดแสดงงานศิลปะ ดนตรี การแสดง Street Show การขับร้องประสานเสียง การแสดงศิลปะ Graffiti โซนที่ 2. ถนนต้องชิม จัดร้านอาหาร Street Food ที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ร้านอาหารที่หาทานยาก โซนที่ 3. ถนนต้องชม จัดจำหน่ายสินค้าที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ สินค้าจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้า OTOP โซนที่ 4. ถนนวัยเก๋า จัดแสดงดนตรี ศิลปะวัฒนธรรม สินค้าและกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลาย สังสรรค์ โซนที่ 5. ถนนต้องเดิน จัดจำหน่ายของดีของเด่นจาก 50 เขตที่มีอัตลักษณ์ของ กรุงเทพมหานคร และ Bangkok Brands และโซนที่ 6. ถนนคนกรุง พบกับร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ร้านอาหารระดับ Michelin Star และร้านอาหารจากผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการจัดระเบียบทางเท้าถนนสีลม ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมในเวลา 18.00 น.
  3. ถนนข้าวสาร จะมีการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน (Walking Street) ในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค.62 โดยเริ่มปิดถนนเต็มรูปแบบในเวลา 16.00 – 24.00 น. ภายใต้ชื่องาน “ข้าวสาร Walking Street” โดยในงานจะมีการแสดงศิลปะวัฒนธรรม งานหัตถกรรม สาธิตการทำอาหารไทย รวมถึงอาหารต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงของถนนข้าวสาร

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq01/3075585

Related links

ททท. วางเป้าลดการใช้พลาสติกในอุตฯท่องเที่ยว 50% ในปี 63 พร้อมจับมือ BCP-พัทยาฯ รณรงค์ลดและหมุนเวียนนำมาใช้ซ้ำ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.กำหนดเป้าหมายลดการใช้พลาสติกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ลดลง 50% ภายในปี 2563 ลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastics) อาทิ หลอด ฝาครอบแก้ว ถุง กล่องอาหาร พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้วัสดุสำหรับทดแทนพลาสติกและภาชนะที่สามารถใช้ซ้ำได้ เช่น การใช้ถุงผ้า กระบอกน้ำ กล่องข้าวพกพา หลอดดูดน้ำจากวัสดุธรรมชาติ การใช้ผ้าเช็ดหน้า เพื่อไม่สร้างภาระในการกำจัดให้กับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน ททท.กำหนดเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และได้ดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง รณรงค์ปลูกจิตสำนึกและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยว ร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3071489

Related links

“นกแอร์” กางแผนเปิดเส้นทางการบินต่างประเทศครั้งใหม่ พร้อมเริ่มบินภายใน ธ.ค.นี้

“นกแอร์” เดินหน้าเปิดเส้นทางการบินใหม่ในกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ในเดือน ธ.ค.นี้ พร้อมเจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัว-นักธุรกิจ ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สายการบินนกแอร์ได้มีการวางแผนที่จะขยายเส้นทางการบินไปในต่างประเทศให้มากขึ้น โดยจะเริ่มเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ภายในเดือนธันวาคมนี้

สำหรับการขยายเส้นทางการบินในครั้งนี้ ทางสายการบินนกแอร์ได้เห็นถึงโอกาสการเปิดเส้นทางใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่น และคาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากขึ้น เนื่องจากเมืองฮิโรชิม่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย ได้แก่ ปราสาทฮิโรชิม่า หรือที่รู้จักกันในนามปราสาทปลาคราฟ, ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ เป็นเสาโทริอิที่ตั้งลอยอยู่กลางทะเล ซึ่งได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น และภายในศาลเจ้าที่ยังมีกวางน้อยที่คอยมาต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เพื่อให้ได้สัมผัสถึงธรรมชาติที่งดงาม รวมถึงยังมีซิกเนเจอร์อย่าง “โอโกโนมิยากิ” หรือพิซซ่าญี่ปุ่น ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองฮิโรชิม่าอีกด้วย

โดยบริษัทวางแผนที่เจาะกลุ่มเป้าหมายในกลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มนักธุรกิจ ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ พร้อมกันนี้ในเมืองฮิโรชิม่ายังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อาทิ การปั่นจักรยาน, วิ่ง และการเล่นสกี เป็นต้น นอกจากนี้ในเมืองฮิโรชิม่ายังมีธรรมชาติที่สวยงามอีกมากมายที่มาพร้อมการเชื่อมต่อกับการจราจรที่ทันสมัย ทำให้ทุกการท่องเที่ยวเป็นไปตามแผนที่วางไว้

นอกจากนี้ในอนาคตบริษัทยังวางแผนที่จะขยายเส้นทางการบินในเมืองอื่นในประเทศญี่ปุ่นให้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่มีการนำร่องฮิโรชิม่าเป็นเมืองแรก เพื่อสร้างผลการดำเนินงานของบริษัทให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนตามแผนบริหารฟื้นฟูกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าสายการบินนกแอร์จะมีการปรับตารางการบิน แต่บริษัทยังยึดหลักการตรงต่อเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินนกแอร์อย่างต่อเนื่อง และบริษัทยังเตรียมความพร้อมด้วยการวางแผนที่จะเพิ่มเครื่องบินให้บริการภายในช่วงปลายปีนี้ อีก 2 ลำ หลังจากในขณะนี้ได้มีเครื่องบินให้บริการอยู่ที่ 22 ลำ ส่งผลให้ในช่วงสิ้นปี 2562 สายการบินนกแอร์จะมีเครื่องบินให้บริการทั้งสิ้น 24 ลำ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3069160

Related links