‘การท่องเที่ยว’ ฮีโร่จำเป็น หรือ ฮีโร่ตัวจริง ‘เศรษฐกิจไทย’

ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปัจจุบัน ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นฮีโร่ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยไว้โดยรายได้จากการท่องเที่ยวของชาวไทยต่างชาติในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ 17% ของ GDP ซึ่งมีระดับใกล้เคียงกับปีก่อน นอกจากนี้ ยังเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสะท้อนจากอันดับในดัชนีชี้วัดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวปี 2562 โดย World Economic Forum ที่ไทยติดอันดับ 31 จาก 140 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียนรองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย

ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ออก “มาตรการด้านการท่องเที่ยว” เพื่อกระตุ้นรายได้ เช่น การขยายระยะเวลามาตรการ Free Visa on Arrival โครงการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย เป็นต้น จากประสบการณ์ในอดีต การกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวมีประสิทธิผลต่อเศรษฐกิจชัดเจน เพราะภาคท่องเที่ยวมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งเป็นพื้นฐานและตอบสนองเร็วต่อมาตรการกระตุ้นอีกทั้งยังส่งผลดีกระจายไปในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า กลุ่มเกษตรกร และธุรกิจขนส่ง แต่สิ่งเหล่านั้นก็เป็นมาตรการระยะสั้น เราต้องไม่ลืมว่าการพัฒนาศักยภาพภาคการท่องเที่ยวให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน จะต้องมีมาตรการระยะยาวด้วยเช่นกัน โดยในอดีตที่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวประสบปัญหาเชิงโครงสร้างที่อาจกระทบต่อศักยภาพและการเติบโตในระยะยาวอยู่พอสมควร

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/852587?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Related links

ดีไอทีพี ชวนเบิ่ง 2 ทำเลทองตลาด สปป.ลาว

ทุกคนคงรู้จัก “สปป.ลาว” เป็นอย่างดี เพราะนี่คือบ้านพี่เมืองน้องของไทยบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ซึ่งทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่า “ลาว” กำลังเติบโตทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ของผู้คน รวมทั้งเป็นประเทศน้องใหม่ที่ควรค่าการลงทุน ทั้งด้วยปัจจัยจากอัตราการขยายตัวของ GDP ที่มีกราฟพุ่งอย่างต่อเนื่อง ทรัพยากรธรรมชาติที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนแลนด์มาร์คที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ประตูการค้าหรือแลนด์ลิ้งค์ (Land link)” ด้วยเพราะมีพื้นที่ที่ยาวและมีพรมแดนดินต่อกับประเทศที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา จึงเอื้อต่อระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าลาวจะมีประชากรเพียงแค่ 7 ล้านคน แต่เชื่อหรือไม่ว่าทรัพยากรเหล่านี้มีกำลังซื้อที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ที่เป็นแบรนด์ไทย ซึ่งครองใจผู้บริโภคชาวลาวมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น

เมื่อเร็วๆนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่(NEA) ได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดโครงการสัมมนา “ติวเข้ม…รู้ลึก รู้จริง รู้ใจลาว” เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีความรู้และเข้าใจการทำธุรกิจในประเทศลาว รวมทั้งเปิดโอกาสให้เห็นช่องทาง – พื้นที่ที่เหมาะแก่การเข้าไปลงทุน ตลอดจนเข้าถึงพฤติกรรมการเลือกสินค้าและการบริโภคของชาวลาวแบบอินไซด์ และสำหรับใครที่พลาดกิจกรรมดังกล่าวไปก็ไม่ต้องเสียดายหรือเสียใจ เพราะวันนี้เราย่อยทุกความรู้สำคัญเพื่อเป็นคัมภีร์สำหรับผู้สนใจในการบุกตลาดลาวแบบรู้ลึก รู้จริง กันเลยทีเดียว

– ตีตลาดใหม่กับ 2 ดินแดนเมืองลาวตอนเหนือ เริ่มกันที่ แขวงอุดมไซ เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศมีอาณาเขตติดต่อกับเมืองสิบสองปันนา ของประเทศจีน อาชีพหลักของประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพกสิกรรม และอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งการลงทุนของต่างประเทศที่แขวงอุดมไซมีมากถึง 36 โครงการ มีนักลงทุนเข้าไปลงทุนในแขวงอุดมไซโดยการสร้างสมาร์ทซิตี้(Smart city) ซึ่งถือว่าเป็นการดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปลงทุนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แขวงอุดมไซเป็นเมืองที่รถไฟความเร็วสูงจีน-ลาววิ่งผ่าน โดยในอนาคตจะถูกขยายให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการดรอปสินค้ามากยิ่งขึ้นซึ่งถือว่าเป็นการรองรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวที่จะเปิดบริการภายในปี 2564 ดังนั้นการทำธุรกิจในด้านโลจิสติกส์จึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตในแขวงนี้

ตลาดต่อมาคือแขวงหลวงน้ำทา มีพื้นด้านเหนือติดกับจีนบริเวณมณฑลยูนนาน และด้านทิศตะวันตกติดกับเมียนมา ด้วยกายภาพที่มีเขตติดต่อกับหลายประเทศ รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่รถไฟไทยจีน-ลาวตัดผ่าน ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งจะมีความรวดเร็ว ทำให้แขวงหลวงน้ำทากลายเป็นพื้นที่ที่น่าจับตามอง และมีศักยภาพในด้านลงทุนสูงมาก อีกทั้งในอนาคตแขวงหลวงน้ำทาจะกลายเป็นด่านพรมแดนที่สำคัญที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้แขวงหลวงน้ำทาตั้งอยู่บนเส้นทาง R3 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อม ไทย (เชียงราย) – ลาว – จีน (คุนหมิง) โดยบริเวณด่านสากลบ่อเต็น ทำให้กลายเป็นจุดขนถ่ายสินค้าเข้าสู่จีนทั้งทางบก และทางแม่น้ำโขงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง

– สูตรสำเร็จพิชิตใจชาวลาว พฤติกรรมการเลือกสินค้าของชาวลาวนั้นมักจะเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและเชื่อมั่นกับสินค้ายี่ห้อเดิมที่เคยใช้เป็นประจำและเชื่อมั่นว่าสินค้าที่ออกสูตรใหม่ต้องดีกว่าสูตรเดิมเสมอ ดังนั้นหากมีการผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ จะต้องระบุชัดเจนว่าเป็น “สูตรใหม่” และด้านคุณภาพของสินค้าจะต้องดีกว่าสูตรเดิม และต้องรักษาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อสินค้า เนื่องจากชาวลาวส่วนมากมักจะเชื่อมั่นคนรอบข้างมากกว่าโฆษณาในลักษณะการพูดกันแบบปากต่อปาก หากคนใกล้ชิดบอกว่าดีจะเกิดพฤติกรรมซื้อตาม ดังนั้นหากสินค้าไม่ดีจริงย่อมมีผลกระทบต่อยอดขายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ชาวลาวยังเชื่อเรื่องความหมายของคำ ฉะนั้นชื่อสินค้าจะต้องเป็นคำที่มีความหมายมงคล เช่น “มีทรัพย์” “มีโชค” และควรเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำด้วย

ที่มา  https://www.ryt9.com/s/prg/3040903

Related links

รมว.ท่องเที่ยว หนุนท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ MICE ช่วยผลักดันตัวเลขนทท.-รายได้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน THAILAND MICE FORUM 2019 ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวกลุ่ม MICE  หรือนักธุรกิจ MICE ที่เดินทางมาร่วมประชุมและนิทรรศการ หรือร่วมงานอีเว้นท์ต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีบทบาท ในการขยายธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จ ก่อให้เกิดจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เข้าประเทศ ช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทย ก้าวไปสู่ข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันความใกล้ชิดกับทุกภูมิภาคทำให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลาง ทางธุรกิจ และการท่องเที่ยวที่มีต่างชาติเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทย ได้รับรางวัล จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว และสถานที่จัดประชุมยอดเยี่ยม

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/3034666

Related links

ททท.เปิดตัว ‘ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวไทย’

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่าย สินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การพลิกโฉมกลยุทธ์ การนำเสนอขายสินค้าการท่องเที่ยว ใช้วิธีเจียระไนแหล่งท่องเที่ยวเดิม และค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ภายใต้กระบวนการ 360 องศา เพื่อเป็นการกระจายข้อมูล ด้านการท่องเที่ยวใหม่ๆ และก่อให้เกิดการเดินทาง ในหมู่นักท่องเที่ยว  การเปิด “ ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวไทย”( Tourism treasures throughout Thailand)หรือสินค้าท่องเที่ยวภายใต้ กระบวนการพัฒนาแบบ 360 องศา แบ่งตามประเภท ได้แก่ 

1.สินค้าท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ เส้นทางเดินป่า หาดทราย ชาย ทะเล โดยแต่ละภูมิภาคมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้

2.สินค้าท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ การท่องเที่ยวชุมชนที่สร้างประสบการณ์ แม้จะเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างสมบูรณ์

3.สินค้าท่องเที่ยวเชิงมูลค่า เป็นกลุ่มสินค้าท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าและเกิดรายได้ใช้บริการ เช่น การท่องเที่ยวของคู่แต่งงาน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม การท่องเที่ยวทางน้ำสไตล์หรู เช่น ล่องเรือยอร์ช

4.สินค้าท่องเที่ยวความสนใจพิเศษ เช่น ท่องเที่ยวเชิงกีฬา เชิงอาหารเชิงนันทนาการเช่น Music festival โดยไทยเป็นประเทศที่จัดมหกรรมดนตรีระดับนานาชาติได้โดดเด่นถูกใจชาวต่างชาติ

สำหรับกลยุทธ์นี้จะเพิ่มการกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวสู่ชุมชน นำไป สู่การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม เป้าหมายลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว ผลักดันให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งระดับชุมชนผ่านกิจกรรมการตลาดและสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น การจัดทำแหล่งข้อมูลทางข้อมูล ทางเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/tourismtreasures  โดยร่วมกับTik Tok ผู้นำด้านแอพพลิเคชั่นวิดีโอที่มีผู้ใช้งานกว่าพันล้านคนทั่วโลก ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยเผยแพร่วิดีโอกิจกรรม ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวไทยไปยังนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมจัดทำคอนเทนท์นำเสนอขุมทรัพย์ท่องเที่ยว และการสร้างระบบขุมทรัพย์ท่องเที่ยวที่เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคน 

ทั้งนี้ ททท.หวังให้ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยว เดินทางท่องเที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกวันขยายตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ใหม่สร้างโอกาสให้กับแหล่งท่องเที่ยวในทุกจังหวัดของประเทศไทยยกระดับสินค้าการท่องเที่ยวมีช่องทางการตลาดหารายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน.-สำนักข่าวไทย

ที่มา https://tna.mcot.net/view/6Ueu1Ul

Related links

เมืองเฮ่อโจว มณฑลกว่างซี เข็นโครงการใหญ่ มุ่งสู่การเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า

กรมประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนแห่งเทศบาลเมืองเฮ่อโจว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลเมืองเฮ่อโจว มณฑลกว่างซี และกลุ่มการท่องเที่ยวซุนเฟิง ได้จัดพิธีลงนามโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวและนันทนาการบริเวณบ่อน้ำพุร้อนซุนเฟิง ในนิคมอุตสาหกรรมกูโผซาน หมู่บ้านตงหรง เมืองเฮ่อโจว

เมืองเฮ่อโจวเป็นจุดเชื่อมต่อสามมณฑล ได้แก่ กวางตุ้ง กว่างซี และหูหนาน และตั้งอยู่ติดกับเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า เฮ่อโจวเป็นเขตสาธิตแห่งแรกสำหรับการรวมกว่างซีเข้ากับเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า บนเส้นทางท่องเที่ยวฮ่องกง-มาเก๋า-กว่างโจว-เฮ่อโจว-กุ้ยหลิน (Tourism Golden Passage) เฮ่อโจวมีอัตราการปกคลุมของป่าไม้สูงถึง 72.9% และมีประชากรอายุยืนถึงร้อยปีเกือบ 500 คนอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ จนได้รับสมญานามว่า “World Longevity City” จาก International Population Ageing and Longevity Guide Committee และจากคณะกรรมการสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แห่งสหภาพภูมิศาสตร์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ เฮ่อโจวยังมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นเมืองสำหรับการพักผ่อนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ “Eco Hezhou, Longevity Resort” และด้วยความได้เปรียบเหล่านี้เอง เฮ่อโจวจึงตั้งเป้าที่จะตอบสนองความต้องการด้านการดูแลสุขภาพ การท่องเที่ยวและนันทนาการในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ตลอดจนเร่งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพ การท่องเที่ยวและนันทนาการ พร้อมมุ่งสู่การเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า

ทางรถไฟความเร็วสูงกุ้ยหยาง-กว่างโจว และทางด่วนกว่างโจว-เฮ่อโจว เปิดใช้งานแล้วในปัจจุบัน ขณะที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างทางด่วนกวางตุ้ง-เหลียนซาน-เฮ่อโจว ซึ่งเชื่อมต่อกับเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า โดยเมืองเฮ่อโจวจะส่งเสริมการลงทุนและเริ่มต้นการก่อสร้างโครงการด้านการดูแลสุขภาพ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม เช่น Shunfeng Hot Spring Recreational Tourism Development Project, “Mengli Huangyao” Cultural Tourism Innovation Town, Huangyao Longmen Street, Nanxiang Xixi Forest Hot Spring Resort, Zhuangmei Nanxiang Recreational Garden และ Huangyao Dongtanling Medical and Health Integration Demonstration Park ขณะเดียวกัน เมืองเฮ่อโจวจะทำงานร่วมกับกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวกว่างซี เพื่อก่อสร้างเขตสาธิตการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมืองโบราณหวงเหยาหลงเหมิน ตลอดจนส่งเสริมการก่อตั้ง National 5A Scenic Spot ในเมืองโบราณหวงเหยา และจุดชมทิวทัศน์เขากูโผซาน โดยมุ่งเน้นพัฒนาจุดชมทิวทัศน์ภูเขากูโผซาน เมืองโบราณหวงเหยา และน้ำพุร้อนเฮ่อโจว ให้เป็นแบรนด์การท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวระดับเพชร (diamond tour route) ในเฮ่อโจว

ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว และเดือนพฤษภาคมปีนี้ สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเฮ่อโจว และบริษัท China Travel Service (Hong Kong) ได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์การตลาดการท่องเที่ยวเฮ่อโจวขึ้นที่ฮ่องกงและมาเก๊า รวมถึงเปิดตัวแคมเปญโฆษณาส่งเสริมการท่องเที่ยวเฮ่อโจว และวางแผนเส้นทางการท่องเที่ยวเฮ่อโจว ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานฯ ยังได้ร่วมมือกับสมาคมการท่องเที่ยวกว่างโจว สมาคมการท่องเที่ยวเสิ่นเจิ้น และสมาคมการขับรถเที่ยวกวางตุ้ง นอกจากนี้ เมืองเฮ่อโจวยังได้ประกาศใช้นโยบายสนับสนุนและเงินอุดหนุนสำหรับการก่อสร้างเขตสาธิตการท่องเที่ยวแบบเต็มพื้นที่ในเมืองเฮ่อโจวเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ขณะที่บรรดาตัวแทนการท่องเที่ยวจากกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า ได้จัดคณะนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เดินทางมายังเฮ่อโจว เพื่อยกระดับและขยายตลาดการท่องเที่ยวเฮ่อโจวในกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า

เฮ่อโจวกำลังจะกลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวจากกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมืองโบราณหวงเหยา และจุดชมทิวทัศน์ภูเขากูโผซาน ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวกวางตุ้ง ที่งานมหกรรมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกวางตุ้ง ประจำปี 2560 นอกจากนี้ ข้อมูลสถิติเผยให้เห็นว่า ในปี 2561 เฮ่อโจวได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากในประเทศจำนวน 32.158 ล้านคน (ประมาณ 7 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า) และมีมูลค่าการบริโภคด้านการท่องเที่ยวแตะที่ 3.849 หมื่นล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 47.85% และ 46.44% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางมายังเฮ่อโจว 10.5501 ล้านคน ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยว 7.06 ล้านคนจากเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า และมียอดการบริโภคด้านการท่องเที่ยวแตะ 1.1689 หมื่นล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้น 30.06% และ 31.24% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/anpi/3008213

Related links

เวียตเจ็ทเปิดจองตั๋วเครื่องบิน ราคาเริ่มต้น 0 บาท

สายการบินเวียตเจ็ทสานต่อโปรโมชั่นสุดคุ้มกับแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวหน้าร้อนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Fly For Love – สนุกกับหน้าร้อนในแบบของคุณ” เปิดจองบัตรโดยสารราคาเริ่มต้น 0 บาท (ไม่รวมภาษีและค่าบริการ) จำนวน 400,000 ใบ ในช่วง “ได้เวลาเวียตเจ็ท 12.00 – 14.00 น.” ตั้งแต่วันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2562 ผ่านทางเว็บไซต์ www.vietjetair.com

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นจะเปิดจองในช่วงเวลา 12.00 – 14.00 น. ของวันที่กำหนด สามารถใช้กับบริการเที่ยวบินระหว่างประเทศจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ไปยังเวียดนาม โฮจิมินห์ ฮานอย ไฮฟอง (ฮาลองเบย์) ดาลัด ดานัง และไทจง ในไต้หวัน) รวมถึงเส้นทางภายในประเทศไทย กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ไปยังเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ รวมถึงเส้นทางภูเก็ต-เชียงราย และเส้นทางจากเวียดนามสู่ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย เมียนมาร์ กัมพูชา และญี่ปุ่น โดยใช้กับบริการเที่ยวบินระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2562 (ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ผู้สนใจสามารถจองได้ทางเว็บไซต์ www.vietjetair.com (เว็บไซต์สำหรับสมาร์ทโฟน https://m.vietjetair.com) หรือผ่านเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/vietjetthailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) สามารถชำระเงินได้ด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตวีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, เจซีบี, เคซีพี และ อเมริกันเอ็กซ์เพรส หรือบัตรเอทีเอ็มซึ่งออกโดยธนาคารในประเทศไทยที่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเตอร์เน็ตได้

เวียตเจ็ทร่วมต้อนรับหน้าร้อนด้วยกิจกรรมที่สนุกสนานมากมาย เพื่อทำให้หน้าร้อนของคุณในปีนี้น่าประทับใจกว่าที่เคย ด้วยแคมเปญ “Fly For Love – Show Your Summer Version” กับโปรโมชั่นบัตรโดยสารราคาเริ่มต้น 0 บาทรวมนับล้านใบ และรายการบันเทิงอีกมากมายบนเที่ยวบิน เช่น การแต่งคอสเพลย์บนเที่ยวบิน เพื่อรับฟรีของขวัญสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2562 และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

“Fly For Love – Show Your Summer Version” มอบโอกาสสุดพิเศษในการผ่อนคคลายจากความตึงเครียดจากการทำงาน และออกไปใช้ชีวิตให้สนุกสนาน เพื่อสร้าง “ประสบการณ์หน้าร้อนสุดประทับใจ” ในแบบของตัวเอง เพียงคุณลองก้าวออกจากวิถีชีวิตเดิมๆ เพื่อออกเดินทางไปยังเมืองในฝัน ในราคาที่คุณเอื้อมถึง! สามารถดูรายละเอียดและข่าวสารเพิ่มเติมของแคมเปญนี้ได้ที่ https://www.facebook.com/VietJetThailand

ด้วยความมุ่งมั่นสู่การเป็น “สายการบินเพื่อผู้บริโภค” ทำให้เวียตเจ็ทมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มจำนวนเครื่องบิน ลงทุนกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และนำเสนอสินค้าและบริการพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

เวียตเจ็ทถือเป็นเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการบินและครองใจผู้บริโภคมาโดยตลอดจากการจัดรายการโปรโมชั่นและโปรแกรมความบันเทิงที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองต่าง ๆ สายการบินเวียตเจ็ทนำเสนอบริการมาตรฐานระดับสูง ตั๋วโดยสารราคาประหยัด ภายใต้การดูแลของลูกเรือที่ทุ่มเทและเปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรี มอบประสบการณ์การบินที่สะดวกสบายบนเก้าอี้โดยสารชั้นเลิศ บริการมื้ออาหารรสเยี่ยม และกิจกรรมเซอร์ไพรส์อีกมากมายบนเที่ยวบิน ตลอดจนนำเสนอบริการเสริมพิเศษมากมาย

เกี่ยวกับ เวียตเจ็ทกรุ๊ป
สายการบินเวียตเจ็ท คือสายการบินในประเทศเวียดนามรายแรกซึ่งดำเนินธุรกิจสายการบินยุคใหม่ ซึ่งนอกจากบริการขนส่งผู้โดยสาร สายการบินเวียตเจ็ทยังใช้เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซใหม่ล่าสุด เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการมากมายแก่ผู้บริโภค เมื่อเร็ว ๆ นี้ สายการบินเวียตเจ็ท (เวียดนาม) ได้รับบรรจุเป็นสมาชิกของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ ไออาตา (International Air Transport Association: IATA) โดยสมบูรณ์ หลังจากได้รับใบรับรองการบริหารความปลอดภัยของสายการบินจากไออาตาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เวียตเจ็ทยังได้รับรางวัล “สายการบินต้นทุนต่ำพิเศษยอดเยี่ยมแห่งปี 2018-2019 (Best Ultra Low-Cost Airline 2018-2019) และยังได้รับการจัดอันดับด้านความปลอดภัยระดับ 7 ดาวจากเว็บไซต์ AirlineRatings.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านความปลอดภัยและการจัดอันดับผลิตภัณฑ์ระดับโลก นอกจากนี้ บริษัทยังติดอันดับ 50 สายการบินที่มีสถานทางการเงินและการดำเนินงานเข้มแข็งที่สุดของโลกโดยนิตยสาร Airfinance Journal ในปี ค.ศ. 2018

ปัจจุบัน เวียตเจ็ทดำเนินการบิน 400 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งให้บริการแก่นักเดินทางมาแล้วกว่า 80 ล้านคน เปิดให้บริการ 116 เส้นทางในเวียดนามและทั่วภูมิภาค รวมถึงเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางในประเทศต่างๆ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน ไทย เมียนมาร์ มาเลเซีย กัมพูชา ฯลฯ ติดตามกิจกรรมและข่าวสารล่าสุดของเวียตเจ็ทได้ทาง www.vietjetair.com

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2998264

Related links