“ท่องเที่ยวไทย” ทำใจ ! ทอท.คาดอีก 2 ปี ผู้โดยสารพลิกฟื้น

แม้รัฐบาลจะปลดล็อกน่านฟ้าให้เกิดการเดินทางภายในประเทศไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแต่การเปิดเส้นทางบินเฉพาะภายในประเทศก็ยังไม่เพียงพอสำหรับ “ต้นทุน” การดำเนินงานของผู้ประกอบการสายการบินในขณะนี้ เครื่องบินโดยสารของทุกสายการบินยังคงอยู่ในสถานะ “จอดนิ่งสนิท” ในลานจอดมากกว่าบินอยู่บนฟ้า ส่งผลให้ธุรกิจสนามบินได้รับผลกระทบอย่างหนักไปด้วย

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ผู้บริหารสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, หาดใหญ่(สงขลา), ภูเก็ต, เชียงใหม่ และแม่ฟ้าหลวง (เชียงราย) ถึงการคาดการณ์การกลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้งของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงแนวโน้มของธุรกิจการบินปีนี้ว่าจะเป็นอย่างไร จากที่เคยทำกำไรนิวไฮถึง2.5 หมื่นล้านในปี 2562 ที่ผ่านมาไว้ดังนี้

มั่นใจปี”63 ไม่ขาดทุน

“นิตินัย” บอกว่า ทอท.ได้พิจารณาผลกระทบตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19บอร์ดจึงออกมาตรการเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการใน 6 สนามบินของทอท.หลังได้รับผลกระทบจากยอดของผู้โดยสารลดลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นก็ได้ออกประกาศเยียวยาผู้ประกอบการเพิ่มเติมระลอกใหญ่อีกครั้งในเดือนเมษายน ทั้งในส่วนของสายการบินและพื้นที่เชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม สำหรับปีงบประมาณ 2563 นี้ยังมั่นใจว่าผลประกอบการของ ทอท.จะไม่ขาดทุน เนื่องจากปีงบประมาณของ ทอท.เริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ซึ่งเป็นไตรมาสแรกเป็นช่วงไฮซีซั่น นับตั้งแต่วันโกลเด้นวีกของจีนในเดือนตุลาคม ต่อด้วยเทศกาล thanks giving ในเดือนพฤศจิกายน และต่อด้วยคริสต์มาส ปีใหม่ ต่อด้วยเทศกาลตรุษจีนในเดือนมกราคม ทำให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 นี้มีมากเพียงพอสำหรับดูแลอีก 8 เดือนที่เหลือของปีได้

โดยในไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค. 62) มีรายได้รวม 29,498 ล้านบาท กำไร 10,982 ล้านบาท และไตรมาส 2 (ม.ค.-มี.ค. 63) มีรายได้รวม 12,328 ล้านบาท กำไร 3,647 ล้านบาท หากรวมครึ่งปีแรกที่ผ่านมาพบว่า ทอท.มีรายได้รวมตุนอยู่แล้วทั้งหมดกว่า 41,000 ล้านบาท และมีกำไรรวมกว่า 14,629 ล้านบาท

ชี้ปีหน้า “รายได้” ตกต่ำสุด

“นิตินัย” บอกว่า คำถามคือแล้วปีงบประมาณ 2564 จะเป็นอย่างไรตอบได้เลยว่า “เหนื่อย” เนื่องจากจะไม่มีช่วง 4 เดือนทองคำ (ต.ค. 63-ม.ค. 64)เกิดขึ้นแน่นอน วัคซีนก็ยังไม่มี ส่วนการเปิดท่องเที่ยวแบบ travel bubble นั้นถ้าเปิดจริงคนที่เข้ามาก็ยังถูกจำกัดเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้น และจำนวนยังต่ำมากแค่หลัก 1,000-2,000 คนต่อวันเท่านั้น ไม่ใช่หลักแสนเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

และหากปี 2564 จะมีวัคซีนออกมาก แต่ถ้าออกมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมก็ไม่ได้ช่วยมาก เพราะได้ผ่านช่วง4 เดือนทองคำไปเรียบร้อยแล้ว จึงประเมินได้ว่าปีหน้าจะเป็นปีที่หนักที่สุด ตัวเลขจะตกต่ำสุดทั้งในด้านรายได้และจำนวนผู้โดยสาร

“ผมเชื่อว่าวัคซีนไม่น่าจะมาช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ปีหน้า ต่อให้วัคซีนออกมาช่วงพฤศจิกายนหรือทันช่วงคริสต์มาสปีนี้ และทุกคนฉีดกันอย่างทั่วถึง แต่สายการบินต่าง ๆ ก็วางสลอตการบินล่วงหน้าของตารางบินฤดูหนาว (วินเทอร์) ไปเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น โอกาสที่ช่วง 4 เดือนทองคำของปี 2564 จะมีรายได้นั้นต่ำมาก ยกเว้นมีปาฏิหาริย์ว่าวัคซีนมาก่อนตุลาคม และทันสำหรับสายการบินวางสลอตการบินในตารางการบินเดือนตุลาคม”

ที่มา https://www.prachachat.net/tourism/news-502686

Related links

นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยปี 2563 คาดมีจำนวน 11.10-11.30 ล้านคน

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 24-30 ม.ค. 2563 นี้ ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะยังมีบรรยากาศที่ดี โดยคาดว่าในช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 365,500 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 2.7% เติบโตใกล้เคียงกับตรุษจีนปีที่ผ่านมา ด้วยการทำตลาดอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบกับมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrivals เป็นปัจจัยที่สนับสนุนในการทำตลาดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน

สำหรับทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยตลอดทั้งปี 2563 ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม จากการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว ทิศทางเศรษฐกิจจีนที่เติบโตชะลอลง และการแพร่ระบาดของโรคปอดที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การที่ไทยยังคงเป็นประเทศที่ชาวจีนเลือกเป็นจุดหมายในการเดินทางท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ อีกทั้งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคปอดอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ อานิสงส์จากการที่นักท่องเที่ยวจีนจะปรับแผนการเดินทางมาท่องเที่ยวระยะใกล้แทนการไปเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งอาจยังมีประเด็นความไม่สงบ ก็คาดว่าจะสนับสนุนให้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยยังมีแนวโน้มเติบโตได้ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะมีประมาณ 11.10-11.30 ล้านคน หรือเติบโตประมาณ 1.6%-3.5% ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2563 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 550,000–560,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 1.1%-2.8% จากปี 2562

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3086118

Related links